
การตรวจค้นบุคคลในที่สาธารณะ
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2556 มีข่าวกรณีในเฟซบุ๊กมีการโพสต์คลิปวิดีโอขณะชาวบ้านกำลังวิ่งไล่ตำรวจนายหนึ่ง โดยมีการอ้างว่า ล่อลวงสาวเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ จากการตรวจสอบข้อมูลคณะกรรมการสอบสวนและจากการสอบถามจากตำรวจที่เข้าเวรในคืนเกิดเหตุทราบว่า ในคืนวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีการตั้งด่านตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่หน้าธนาคารออมสิน ถนนดินแดง จากนั้นพบผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายได้นั่งรถแท็กซี่ผ่านมา แต่พบว่าหญิงคนดังกล่าวมีพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่เลยขอตรวจค้นและตรวจปัสสาวะ จึงได้มอบหมายให้ ด.ต.วรวิทย์ นำตัวหญิงสาวมาตรวจปัสสาวะที่ สน.ดินแดง
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2556 มีข่าวกรณีในเฟซบุ๊กมีการโพสต์คลิปวิดีโอขณะชาวบ้านกำลังวิ่งไล่ตำรวจนายหนึ่ง โดยมีการอ้างว่า ล่อลวงสาวเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ จากการตรวจสอบข้อมูลคณะกรรมการสอบสวนและจากการสอบถามจากตำรวจที่เข้าเวรในคืนเกิดเหตุทราบว่า ในคืนวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีการตั้งด่านตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่หน้าธนาคารออมสิน ถนนดินแดง จากนั้นพบผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายได้นั่งรถแท็กซี่ผ่านมา แต่พบว่าหญิงคนดังกล่าวมีพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่เลยขอตรวจค้นและตรวจปัสสาวะ จึงได้มอบหมายให้ ด.ต.วรวิทย์ นำตัวหญิงสาวมาตรวจปัสสาวะที่ สน.ดินแดง
จากนั้นเลยพาขึ้นรถจักรยานยนต์ออกมาจากด่าน จากนั้นไม่มีใครติดต่อ ด.ต.วรวิทย์ ได้อีกเลย กระทั่งตำรวจอีก 2 นาย ไปพบเหตุชาวบ้านกำลังวิ่งไล่ ด.ต.วรวิทย์ อยู่ในซอยประชาสงเคราะห์ 23 แต่พอสอบถาม ด.ต.วรวิทย์ ก็ระบุว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว ทุกคนก็เลยไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อ ด.ต.วรวิทย์ กลับมาถึง สน.ก็แจ้งหัวหน้าชุดว่า หลังจากพาผู้หญิงคนดังกล่าวไปตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเลยปล่อยตัวไป กระทั่งมีคลิปหลุดออกมาถึงได้รู้ว่า ด.ต.วรวิทย์ ไม่ได้พาผู้เสียหายมาที่ สน. แต่กลับพาไปที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวแทน และเป็นคนเปิดห้องพักด้วยตัวเอง
มีผู้อ่านหลายท่านสอบถามข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการตั้งด่านตรวจค้นบุคคลของตำรวจว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร รวมทั้งการตรวจค้นบุคคลในที่สาธารณะทำได้มากน้อยเพียงใดและมีวิธีการป้องกันตัวจากการถูกยัดข้อหา ยัดของกลางอย่างไร ทนายคลายทุกข์ขอนำเสนอเป็นประเด็นดังนี้
1.การตั้งด่านจะต้องมีเครื่องหมาย เช่น โป๊ะไฟแสดงให้เห็นชัดเจนได้ในระยะไกล มีชื่อนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่โป๊ะไฟ และนายตำรวจที่มีชื่อดังกล่าวจะต้องควบคุมการดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอยู่บริเวณด่านด้วย
2.ด่านผีหรือด่านลอย ที่ซุ่มอยู่ตามทางโค้ง ซอกตึก หรือในที่มืดตามซอยเปลี่ยว ตำรวจพวกนี้ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้เครื่องแบบหากิน ผู้ถูกตรวจค้นมีสิทธิที่จะป้องกันขัดขวางไม่ให้เข้ามาแตะเนื้อต้องตัวได้ เพราะพวกนี้เริ่มต้นใช้อำนาจโดยมิชอบ
3.การตรวจค้นในที่สาธารณะ ค้นได้ทั้งตัวบุคคล ยานพาหนะ กระเป๋าหรือทรัพย์สินภายในรถ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 93 แต่การที่จะไปตรวจค้นบุคคลใดหรือรถยนต์คันใดจะต้องกระทำโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นเท่านั้น บุคคลอื่นไม่มีสิทธิตรวจค้น และจะค้นได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด เช่น มีอาวุธปืน มีด ขวาน อุปกรณ์งัดแงะ เป็นต้น หรือบุคคลนั้นมีสิ่งของที่ได้มาโดยการกระทำความผิด เช่น มีทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่ลักมาหรืองัดบ้านบุคคลอื่นมา เป็นต้น หรืออีกกรณีหนึ่งบุคคลนั้นมีสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ เป็นต้น หากมีบุคคลขับรถมาตามปกติ ไม่ได้ขับรถส่ายไปส่ายมา หรือไม่มีพิรุธอันใดเลย กระจกรถก็ใส แต่งตัวก็ดี ถ้าไม่มีเหตุอันควรสงสัยเลย ตำรวจไม่มีสิทธิไปขอตรวจค้น ถ้าไปขอตรวจค้นถือว่า เป็นการแกล้งค้น เท่ากับว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อ.มาตรา 157 เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ บุคคลทุกคนมีเสรีภาพในการเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ ตราบใดที่การเดินทางดังกล่าวไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมาย
4.พวกตำรวจชุมชน ตำรวจบ้าน อาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือทางราชการ คนเหล่านี้ไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 93 ไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืน เว้นแต่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น คอยยกกระเป๋าหรือยกสิ่งของเพื่อให้การตรวจค้นเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แต่ในทางปฏิบัติมีพวกอาสาสมัครหรือตำรวจบ้านทำตัวเป็นเจ้าพนักงาน ตั้งด่านตรวจค้นจับกุมตัวผู้ที่กระทำความผิด การกระทำดังกล่าวไม่มีกฎหมายให้อำนาจ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า บุคคลทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ดังนั้น ใครจะมาค้นตัวใครไม่ได้ เว้นแต่มีหมายศาลหรือคำสั่งศาล หรือเป็นเจ้าพนักงานที่มีเหตุอันสมควรสงสัยบุคคลใด เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายจึงจะค้นได้ แต่อาสาสมัครพวกนี้ก็เป็นมือเป็นเท้าของตำรวจ พวกที่ทำเพื่อสังคมก็มีอยู่เยอะ มีส่วนน้อยที่เป็นเครื่องไม้เครื่องมือหาประโยชน์ให้กับตำรวจบางคนก็มีอยู่ ดังนั้น ประชาชนต้องระมัดระวังกลุ่มคนเหล่านี้ให้มาก
5.เมื่อท่านถูกตรวจค้น ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาค้นภายในรถ แนะนำให้ท่านบันทึกเสียง บันทึกภาพไว้ป้องกันตนเอง เพราะขณะเกิดเหตุท่านมักไม่มีพยานยืนยันความบริสุทธิ์ และเมื่อมีปัญหาถึงขั้นขึ้นศาล ส่วนใหญ่ศาลมักจะเชื่อเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ไม่มีสาเหตุโกรธเคือง การต่อสู้คดีกับตำรวจจึงเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ
สุดท้ายนี้ หากท่านถูกเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้น ควรยินยอมให้ตรวจค้นโดยดี แต่ถ้าไม่มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้แจ้งญาติพี่น้องให้มาที่เกิดเหตุทันทีครับ







