
บิลค์ เอเชียโซเชีลยเน็ตเวิร์กธุรกิจก่อสร้าง
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ท่ามกลางความร้อนระอุของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังบูมอยู่ในขณะนี้ ธุรกิจก่อสร้างถือเป็นธุรกิจเกี่ยวข้องแขนงหนึ่งที่ได้รับอานิสงส์มีการเติบโตตามไปด้วย แต่ถ้ามองให้ลึกแล้วจะรู้ว่าผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างยังขาดการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ ถ้าไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่จริง ส่วนมากอาศัยความชำนาญ ประสบการณ์ส่วนตัว รวมถึงการวิ่งงานหลายเจ้า จนบางครั้งมีปัญหาทิ้งงาน หรืองบบานปลาย ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดีพอ ควบคุมต้นทุน สิ่งเหล่านี้ก็จะลดลงไปเอง แต่จะให้เจ้าของธุรกิจรายย่อยมาใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทางด้านก่อสร้าง ต้องมีเงินหลักล้านบาทจึงจะใช้ได้
ไผท ผดุงถิ่น ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Builk.com ผู้บริหารบริษัท บิลค์ เอเชีย ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการด้านธุรกิจก่อสร้าง โดยใช้เทคโนโลยีเว็บ 2.0 นั่นคือทุกอย่างทำงานบนเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไร และทุกอย่างฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ใช้แนวคิดข้างต้นเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการภายใต้แบรนด์บิลค์ดอทคอมขึ้น เนื่องจากอยู่ในแวดวงผู้รับเหมาก่อสร้างมาก่อน จึงหันมาพัฒนาเว็บไซต์ เพราะมองเห็นโอกาสจากการให้บริการฟรี สร้างกลุ่มนักธุรกิจก่อสร้างเพื่อเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กเฉพาะทางขึ้น
ปัจจุบัน บิลค์ดอทคอมมีธุรกิจก่อสร้างที่ใช้งานเป็นประจำทุกวันกว่า 2,000 บริษัท มียอดผู้ใช้งานกว่า 6,000 คน ทั้งหมดเป็นธุรกิจระดับเอสเอ็มอี มีมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 1 หมื่นล้านบาท และกำลังเริ่มเปิดให้บริการในอินโดนีเซีย มีบริษัทสมาชิกหลักสิบรายโดยอยู่ระหว่างการเริ่มต้นและกำลังเจรจาพันธมิตรในเวียดนามและออสเตรเลีย คาดว่าจะเปิดตลาดได้ปีนี้
ย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้น ไผท เล่าว่า การใช้ซอฟต์แวร์อีอาร์พี หรือบริหารข้อมูลในองค์กรเป็นเรื่องยากเกินไปและลงทุนสูงสำหรับเอสเอ็มอี ดังนั้นเป้าหมายของบิลค์ดอทคอม คือ เอสเอ็มอีที่ไม่ต้องลงทุนแต่ใช้งานได้ง่ายในทันที ที่มีอยู่กว่า 8 หมื่นรายในประเทศไทย ตอนนี้มีลูกค้า 2,000 ราย ยังเติบโตได้อีกมาก ตอนนี้แข็งแกร่งในภาคเหนือและอีสาน ปีนี้จะลงภาคใต้มากขึ้น พร้อมกับรุกตลาดอาเซียนและออสเตรเลีย ซึ่งรวมแล้วมีขนาดตลาดกว่า 3 แสนราย
“รายได้ของเว็บมาจากโฆษณา พอเรามีลูกค้าเป็นธุรกิจก่อสร้าง ผู้ผลิตสินค้าก่อสร้างแบรนด์ต่างๆ ก็จะวิ่งเข้ามาเอง และเราจะไม่ได้มีแค่ฐานลูกค้าประเทศไทย แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียนและออสเตรเลีย จุดที่ยากคือต้องทำให้ผู้ประกอบการเห็นประโยชน์และใช้งานเป็น ดังนั้นบิลค์ดอทคอมจะเน้นจัดกิจกรรม แคมเปญการตลาดต่อเนื่องตลอด” ไผท กล่าว
การที่ธุรกิจก่อสร้างมาสมัครใช้งานฟรี ต้องแลกกับการกรอกข้อมูลบริษัท สถานที่ตั้ง และเมื่อมีการใช้บิลค์ดอทคอมเป็นเหมือนระบบบัญชี มีการกรอกข้อมูลโครงการ การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดนี้ บิลค์ดอทคอมยืนยันเป็นความลับไม่เปิดเผย แต่ในส่วนของข้อมูลดิบ บิลค์ดอทคอมจะรู้ว่ามีโครงการใดบ้างต้องใช้วัสดุก่อสร้างอะไร เกิดเป็นช่องทางซื้อขายวัสดุระหว่างผู้รับเหมากับเจ้าของแบรนด์
นี่คือการจับคู่ทางธุรกิจโดยมีบิลค์ดอทคอมอยู่ตรงกลาง กลายเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กเฉพาะทางขึ้น โดยปลายเดือน พ.ค.นี้ จะเปิดเว็บบิลค์ดอทคอมเวอร์ชั่น 3.0 โดยผู้รับเหมาสามารถส่งใบเสนอราคาให้กับสมาชิกคนอื่นๆ ได้ผ่านทางบิลค์ดอทคอม ทำให้ผู้รับเหมาไม่จำเป็นต้องรู้จักผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง แต่จากตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ ระบบจะคัดกรองผู้ค้าที่อยู่ใกล้สะดวกในการจัดส่งและนำส่งใบเสนอราคาไปให้โดยอัตโนมัติ สุดท้ายผู้รับเหมาจะได้รับใบเสนอขายเพื่อเปรียบเทียบราคาและตัดสินใจซื้อจากรายที่คิดว่าดีที่สุด
นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีการจัดเรตติ้ง รวมถึงเจ้าของบ้านที่ต้องการปรับปรุงบ้านใหม่ จะสามารถเข้ามาเลือกผู้รับเหมาจากในเว็บไซต์ได้ เรียกว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอยู่ที่บิลค์ดอทคอม
ทั้งหมดได้ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลคือสิ่งที่สำคัญและสามารถเปลี่ยนโฉมวงการก่อสร้างได้ ซึ่งการเติบโตของบิลค์ดอทคอมทั้งในประเทศและการเติบโตออกต่างประเทศ เริ่มแรกใช้ระบบโคโลเกชั่น วางคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ของตัวเองไว้ที่ผู้ให้บริการ ที่เสียค่าใช้จ่ายสูงตั้งแต่การซื้อ การดูแลรักษา และมีปัญหาระบบดาวน์ไทม์ ซึ่งตอนหลังได้เปลี่ยนมาใช้ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งวินโดวส์ อาชัวร์ของไมโครซอฟท์ ทำได้ง่ายใช้เวลาประมาณ 12 วันในการย้ายข้อมูลทั้งหมดมา
“การใช้วินโดวส์ อาชัวร์ของไมโครซอฟท์ ระบบมีความเสถียร การขยายธุรกิจไปต่างประเทศทำได้ทันที เพราะมีบริการในทุกประเทศอยู่แล้ว การจะเพิ่มขนาดหรือลดขนาดบริการทำได้ตลอดเวลา และเสียค่าใช้จ่ายตามที่ใช้จริง มีความยืดหยุ่นสูง จากเดิมถ้าตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง ต้องมีเงินเริ่มต้นอย่างน้อย 5 แสน แต่ตอนนี้กลายเป็นค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาทต้นๆ ต่อเดือนเท่านั้น ที่สำคัญพอเป็นไมโครซอฟท์ก็ได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้เพราะคุ้นเคยอยู่แล้ว” ไผท กล่าว
สำหรับเป้าหมายของบิลค์ดอทคอมในปีนี้ต้องการเพิ่มมูลค่าโครงการของผู้ใช้ให้ถึง 2 หมื่นล้านบาท และต้องการเปลี่ยนให้ธุรกิจก่อสร้างในประเทศไทยมีความเป็นดิจิตอล มีการใช้ไอทีมากขึ้น และยังยืนยันที่จะให้บริการฟรีเหมือนเดิม ไม่มีนโยบายเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ใช้อย่างแน่นอน โดยรายได้ของบริษัท 30% มาจากโฆษณา 40% มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ และ 30% จากขยายไปต่างประเทศ
แน่นอนว่า บิลค์ดอทคอมไม่ใช่ซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นที่เซ็กซี่ ดูแล้วน่าใช้ มีคนสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นรวดเร็วเหมือนกับเฟซบุ๊ก แต่บิลค์ดอทคอมเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับคนทำงานด้านธุรกิจก่อสร้างอย่างแท้จริง มีฐานข้อมูลอยู่จริง ผู้ใช้ที่เป็นลูกค้ามีการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และไม่สามารถเลิกใช้ได้ เพราะข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บอย่างปลอดภัยอยู่ที่บิลค์ดอทคอมแล้ว หากเปรียบเทียบก็เหมือนกับคนธรรมดาที่มีข้อมูลอยู่บนเฟซบุ๊กที่ไม่สามารถเลิกใช้งานได้
บิลค์ดอทคอม ถือเป็นสตาร์ตอัพคนไทยที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างดีให้กับสตาร์ตอัพรายอื่นๆ เคยได้รางวัลไทยแลนด์ ไอซีที อวอร์ด 2011 และเอเชียแปซิฟิก อวอร์ด ในสาขาอินดัสเตรียล แอพพลิเคชั่น และได้รับรางวัล Echelon 2012 ที่สิงคโปร์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมทุนกับบริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (พีพีเอส) พัฒนาแอพพลิเคชั่น บิลค์ดอทคอมบนโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับงานก่อสร้างโดยเฉพาะ







