
ภาวะเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ชะลอลง
ธปท.ยอมรับภาวะเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ปีนี้ชะลอลงแต่คาดเป็นภาวะชั่วคราว เนื่องจากความต้องการบริโภคในประเทศมีต่อเนื่อง
ธปท.ยอมรับภาวะเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ปีนี้ชะลอลงแต่คาดเป็นภาวะชั่วคราว เนื่องจากความต้องการบริโภคในประเทศมีต่อเนื่อง
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ปีนี้ ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่ขยายตัวติดลบ 1.1% จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 0.6% สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่ลดลง โดยเฉพาะสินค้าคงทน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์
ขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนก็ขยายตัวติดลบด้วย โดยติดลบ 0.7% จากเดือนก่อนหน้าติดลบ 2.7% บวกกับรายได้ภาคการเกษตรก็ไม่ดีนัก และการขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ก็ชะลอลงจากการระมัดระวังการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจเดือนนี้ชะลอลง แต่ยังต้องติดตามดูว่าภาวะการชะลอเช่นนี้จะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่ หรือเป็นการชะลอลงเพียงชั่วคราว
“ธปท.ยังมองว่าภาวะชะลอตัวในเดือนนี้น่าจะเป็นเรื่องชั่วคราว เนื่องจากภาพรวมความต้องการบริโภคยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวในระดับที่ดี อีกอย่างดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจก็ยังอยู่ในระดับที่ดี 54.4 จุด สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 51.2 จุด ซึ่งธปท.ยังคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาส 1 และปีนี้ทั้งปีที่ระดับเดิม” นายเมธีกล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจรวมของไตรมาส 1 ปีนี้ ยังทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยการใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งการอุปโภคบริโภคและการลงทุนยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประกอบกับภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดี ขณะที่การส่งออกสินค้าค่อยๆ ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพขึ้น โดยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังมีเสถียรภาพ อัตราการว่างงานทรงตัวในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อชะลอลงจากไตรมาสก่อน
ส่วนค่าเงินบาทปรับแข็งขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยไตรมาส 1 ปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 29.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากไตรมาส 4 ปีที่แล้วเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากดุลการชำระเงินที่เกินดุล ตามการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และการไหลเข้ามาลงทุนโดยตรงและลงทุนในตลาดพันธบัตรของนักลงทุนต่างประเทศ







