posttoday

เวียดนามก้าวสู่มหาอำนาจกลั่นน้ำมัน AEC

30 เมษายน 2556

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ปัจจุบัน สิงคโปร์ ไทย และอินโดนีเซีย นับเป็นผู้นำอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันใน AEC โดยสิงคโปร์มีกำลังกลั่นน้ำมัน 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน ไทยและอินโดนีเซียมีกำลังการกลั่นพอกันที่ 1.1 ล้านบาร์เรล ตามด้วย มาเลเซีย 6.4 แสนบาร์เรล

ขณะที่เวียดนามมีโรงกลั่นน้ำมันที่เปิดแล้วเพียง 1 แห่ง คือ โรงกลั่นยวุ๋งกว๊าต ใน จังหวัดกว๋างหงาย ของบริษัท ปิโตรเวียดนาม กำลังการกลั่นเพียง 1.5 แสนบาร์เรล/วัน ตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันในประเทศเพียง 30% เวียดนามจึงต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศจำนวนมาก

รัฐบาลเวียดนามจึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน ซึ่งได้รับความสนใจหลายโครงการ หากเดินหน้าก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันได้ตามแผนที่วางไว้ เวียดนามจะกลายเป็นมหาอำนาจในอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันของ AEC อีกประเทศหนึ่ง เนื่องจากกำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มเป็น 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน พอๆ กับไทย

โครงการแรก บริษัท ปิโตรเวียดนาม มีแผนลงทุนขยายโรงกลั่นยวุ๋งกว๊าตจาก 1.5 เป็น 2.4 แสนบาร์เรล/วัน โครงการที่สอง คือ การก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันหงีเซิน รวมถึงปิโตรเคมีใน จังหวัดแท็งฮว้า กำลังการกลั่นเฟสแรก 2 แสนบาร์เรล/วัน และสามารถเพิ่มเป็น 4 แสนบาร์เรล/วัน ลงทุน 2.5 แสนล้านบาท เป็นการร่วมลงทุนกับบริษัท คูเวตปิโตร บริษัทจากญี่ปุ่น และบริษัท ปิโตรเวียดนาม จะเปิดปี 2560

โครงการที่สาม บริษัท Vung Ro Petroleum เป็นการร่วมลงทุนบริษัทจากสหราชอาณาจักรกับรัสเซีย บริษัท Techno Star Management ของสหราชอาณาจักร และบริษัท Telloil ของรัสเซีย กำลังการกลั่น 1.7 แสนบาร์เรล/ปี ที่ท่าเรือหวุงโรใน จังหวัดฝู่เย็น ซึ่งได้รับการอนุมัติตั้งแต่ปี 2550 แต่ เลื่อนการก่อสร้างเป็นกลางปี 2556 ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่

โครงการที่สี่ จะเป็นโครงการขนาดยักษ์ของเครือ ปตท. สร้างโรงกลั่นน้ำมันยักษ์กำลังการกลั่น 6.6 แสนบาร์เรล/วัน มากกว่าโรงกลั่นขนาดใหญ่ของไทย 3 แห่งรวมกัน คือ ไทยออยส์ เอสโซ่ และบางจาก กำหนดก่อสร้างในเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi ใน จังหวัดบินดิน ที่อยู่ในภาคกลางของประเทศเวียดนาม โดย เป็นโครงการครบวงจร เหมือนยกฐานผลิตปิโตรเลียมและปิโตรเคมีของไทยในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไปตั้งในเวียดนาม ครอบคลุมถึงการสร้างท่าเรือน้ำลึก โรงงานปิโตรเคมีผลิตสารอโรเมติก3.7 ล้านตัน/ปี และโอเลฟิน 6.5 ล้านตัน/ปี มูลค่าลงทุนถึง 8 แสนล้านบาท

นับเป็นทางออกอีกทางหนึ่งเนื่องจากปัจจุบันยากมากที่จะก่อสร้างโครงการเช่นนี้ในประเทศไทย เนื่องจากได้รับการต่อต้านจากภาคประชาสังคม

โครงการของ ปตท. ได้ยื่นขออนุมัติจากรัฐบาลท้องถิ่นของ จ.บินดิน แล้ว โดยกำลังอยู่ระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นขอรายละเอียดเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอโครงการต่อไปยังนายกรัฐมนตรีของเวียดนามเพื่อขออนุมัติต่อไป โดยหากได้รับอนุมัติจะเป็นโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่สุดในเวียดนาม แต่โดนค้านโดยบริษัท ปิโตรเวียดนาม นี้ต่อกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า โดยด้วยเหตุผล จะทำให้กำลังกลั่นน้ำมันของประเทศ พร้อมอ้างว่าแผนแม่บทประเทศไม่ได้กำหนดให้ตั้งโรงกลั่นที่เขตเศรษฐกิจนี้ แต่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแจ้งว่าพร้อมจะบรรจุโครงการของ ปตท. เข้าไปในแผนแม่บท เพียงแต่ขอรายละเอียดของโครงการให้ชัดเจนขึ้นทั้งในแง่ของแหล่งเงินทุน ความก้าวหน้าของโครงการ แหล่งวัตถุดิบ ฯลฯ เท่านั้น

ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นของ จังหวัดบินดิน สนับสนุนโครงการของ ปตท.เต็มที่ โดยจะอนุญาตให้ ปตท.เช่าพื้นที่ 1.25 หมื่นไร่ คิดค่าเช่า 50 ปี ในราคาเพียง 15-16 เหรียญสหรัฐ/ตร.ม. หรือ 7.2 แสนบาท/ไร่ เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ