
นิปปอนเพนต์ยกชั้นไทย ฮับสีพ่นซ่อมรถอาเซียน
นิปปอนเพนต์ ยกระดับไทยศูนย์กลางสีพ่นซ่อมรถยนต์แห่งเอเชีย หวัง 10 ปี ขึ้นเบอร์ 1 ภูมิภาค
นิปปอนเพนต์ ยกระดับไทยศูนย์กลางสีพ่นซ่อมรถยนต์แห่งเอเชีย หวัง 10 ปี ขึ้นเบอร์ 1 ภูมิภาค
นายสืบพงศ์ พูนศรัทธา ประธานบริหาร บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศญี่ปุ่น) ตั้งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกลุ่มธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์นิปปอนเพนต์ในอาเซียน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ศูนย์วิจัยและพัฒนา 2.ศูนย์กลางการผลิตแม่สีผสม และ 3.ศูนย์ฝึกอบรมเพื่อเตรียมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุน 40-50 ล้านบาท ก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือช่างให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการในระดับภูมิภาค โดยขณะนี้บริษัทเป็นผู้ผลิตสีติดอันดับ 5 ของโลก คาดว่าภายใน 10 ปีจะขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของโลก และอันดับ 1 ในเอเชีย ด้วยรายได้รวมกว่า 3 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้รวม 7.5 หมื่นล้านบาท
“ประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกอันดับ 1 ใน 5 ของโลก มีการผลิตในระดับ 2.4 ล้านคัน จึงเป็นประเทศที่มีศักยภาพ” นายสืบพงศ์กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมแผนขยายตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มศึกษาตลาดในประเทศเมียนมาร์ ลาว บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และเวียดนาม พร้อมคาดแนวโน้มความต้องการสีพ่นซ่อมรถยนต์ในเอเชียปี 2563 จะมีมูลค่าระดับ 1 แสนล้านบาทซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายในปีเดียวกัน 2 หมื่นล้านบาท
“ขณะนี้บริษัทถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตสีติดอันดับ 5 ของโลก ซึ่งหวังว่าภายใน 10 ปีจะสามารถขยับอันดับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของโลก และอันดับ 1 ในเอเชีย ด้วยรายได้รวมมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทจากปัจจุบันมีรายได้รวมทั้งกรุ๊ปอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านบาท และปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิต 30 แห่ง ใน 13 ประเทศ” นายสืบพงศ์ กล่าวสำหรับตลาดรวมสีพ่นซ่อมรถยนต์ในประเทศไทยมูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายสีพ่นซ่อมรถยนต์ 1,200 ล้านบาท และจะส่งผลให้ยอดขายรวมทุกธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ล่าสุด บริษัท ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครียร์เคลือบเงาระดับพรีเมี่ยม ์ใหม่ 2 รุ่นได้แก่ “แนกซ์ คริสตัล 9905 มิลเลอร์ อิมเมจ เคลียร์ 2K 2:1” และ “แนกซ์ พรีมิล่า 9800 เอชพี วิโลซิตี้ เครียร์ 2:1” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการปกป้องและเงางาม โดยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมาย อู่ซ่อมสีมาตรฐาน, ศูนย์บริการ, ผู้ผลิตชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์, อู่รถแต่ง เป็นต้น โดยใช้งบประมาณทำการตลาดไว้ที่ 70 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดจำหน่ายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไว้ที่ 25 ล้านบาท







