
ประมูลโรงไฟฟ้าเหงา เอกชนสนใจแค่9ราย
ยื่นประมูลไอพีพีผลิตไฟฟ้าเหงา เอกชนยื่นแค่ 9 ราย ต่ำกว่าที่คาดการณ์ รอตรวจสอบคุณสมบัติ
ยื่นประมูลไอพีพีผลิตไฟฟ้าเหงา เอกชนยื่นแค่ 9 ราย ต่ำกว่าที่คาดการณ์ รอตรวจสอบคุณสมบัติ
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เปิดเผยว่า การเปิดรับซองประมูลผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) เมื่อวันที่ 29 เม.ย. มีบริษัทเอกชน 9 รายให้ความสนใจมายื่นซองประกวดราคาและด้านเทคนิค ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้สนใจ 20 ราย จากที่มีผู้ซื้อซองเอกสารประกวดราคา 89 ราย
ทั้งนี้ จะมีการประเมินอีกครั้งว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้สนใจต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และคงไม่เพิ่มจำนวนวันในการเปิดยื่นซองประกวดราคา ซึ่งตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของผู้ที่มายื่นซองประมูล เนื่องจากขอเวลาในการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของผู้ยื่นประมูลให้ชัดเจนก่อนหลังจากนั้นจะแจ้งให้ทราบว่ามีใครมายื่นประมูลไอพีพีบ้าง
“ต้องมาประเมินว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงมีผู้มายื่นน้อยเพียง9 รายเท่านั้น ถือว่าน้อยซึ่งตอนนี้ขอตรวจสอบเอกสารคุณสมบัติของผู้ที่มายื่นประมูลก่อนว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ หลังจากนั้นจึงจะประกาศรายชื่อออกมว่ามีใครบ้าง เมื่อพิจารณาผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ แล้วจะเข้าไปดูเรื่องของด้านเทคนิคของโรงไฟฟ้า และตามด้วยราคา เพื่อนำไปสู่การลงนามซื้อขายไฟฟ้าต่อไป” นายกวิน กล่าว
การเปิดไอพีพีรอบนี้จะเป็นโรงไฟฟ้าประเภทที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต กำลังการผลิตรวม 5,400 เมกะวัตต์ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่มีโอกาสในการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ได้ดีที่สุด แม้ในอนาคตแนวโน้มราคาก๊าซจะปรับสูงขึ้น จากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพราะปริมาณสำรองก๊าซในอ่าวไทยจะเริ่มทยอยหมดลงในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยแผนการจัดหาแอลเอ็นจีจะมีบริษัท ปตท. เป็นผู้บริหารจัดการ
แหล่งข่าวในวงการผลิตไฟฟ้าแสดงความเห็นว่า การจัดหาแอลเอ็นจีโดยการนำเข้าจากต่างประเทส อาจเป็นข้อจำกัดในการผลิตไฟฟ้าของผู้ผลิตเอกชน
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ว่า ที่ประชุม เห็นชอบปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 70 สต./ลิตร ยกเว้น แก๊สโซฮอล์อี85 และดีเซลปรับลดลง90 สต./ลิตร เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าการตลาดน้ำมันของผู้ค้าอยู่ในระดับที่ต่ำ ทั้งนี้เพื่อชะลอไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน
การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับลดลงวันละ70 ล้านบาท จากเดิมมีรายรับ308 ล้านบาท/วัน เป็น 238ล้านบาท/วัน ในขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันฯสุทธิติดลบอยู่ 8,023 ล้านบาท แม้ว่ารายรับของกองทุนน้ำมันฯจะลดลงไปแต่เป้าหมายที่คาดหวังจะทำให้กองทุนน้ำมันฯเป็นบวกอีก40 วันข้างหน้ายังคงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ หากระดับราคาน้ำมันไม่ผันผวนมากไปกว่านี้







