
ดันผลิตพลาสติกชีวภาพป้อนตลาดยุคใหม่
กระทรวงวิทย์ฯ หนุนการผลิตพลาสติกชีวภาพใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ดันไทยสู่ผู้นำในภูมิภาค
กระทรวงวิทย์ฯ หนุนการผลิตพลาสติกชีวภาพใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ดันไทยสู่ผู้นำในภูมิภาค
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในประเทศไทยใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมผลิตวัสดุด้านการแพทย์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ เพื่อทดแทนการนำเข้าและส่งเสริมให้ไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชีย
ทั้งนี้ ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการลดปัญหาโลกร้อนมากขึ้น จึงทำให้ความต้องการไบโอพลาสติกหรือพลาสติกชีวภาพขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งในอนาคตจะกำหนดให้สินค้านำเข้าทุกชนิดต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกชีวภาพเท่านั้น
“ไทยถือว่าได้เปรียบที่จะสร้างอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ เนื่องจากมีแหล่งวัตถุดิบเป็นแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตได้เองในประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมนี้นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้นแล้วยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรด้วย” นายวรวัจน์ กล่าว
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะช่วยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานร่วมกันอย่างครบวงจร โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการจะช่วยด้านการทดสอบและการวิจัย รวมทั้งการออกใบรับรองสินค้าวัสดุสัมผัสอาหาร (COA) ให้ผู้ประกอบการส่งออก
กระทรวงตั้งเป้าไว้ว่าจะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีกับต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดรวมทั้งผลักดันให้เกิดการตื่นตัวของผู้ประกอบการให้เตรียมพร้อมรับกับมาตรการและข้อกำหนดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ด้าน น.ส.เสาวณี มุสิแดง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียนด้านอาหารสำเร็จรูป ให้จัดตั้งห้องปฏิบัติการอ้างอิงของอาเซียนด้านวัสดุสัมผัสอาหารให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการรวบรวมกฎระเบียบและพัฒนามาตรฐานของวัสดุสัมผัสอาหารและสารปนเปื้อน ซึ่งจะช่วยลดเลิกอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิคต่างๆ
นอกจากนี้ จะเป็นห้องปฏิบัติการที่ใช้ในการตัดสินในกรณีที่มีข้อพิพาทอันเกิดจากผลการทดสอบและเกิดการโต้แย้งของประเทศคู่ค้าในอาเซียน ทำให้เป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือ และส่งผลให้ใบรับรองสินค้าได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากขึ้น







