posttoday
เปิดสูตรพัฒนา ข้าราชการสายพันธุ์อาเซียน

เปิดสูตรพัฒนา ข้าราชการสายพันธุ์อาเซียน

29 เมษายน 2556

ข้าราชการ นับเป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์


ข้าราชการ นับเป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้นจึงน่าสนใจว่า ข้าราชการจะต้องปรับตัวอย่างไรสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้

นนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดประเด็นว่า ปัญหาหลักของข้าราชการไทยสู่อาเซียน ประกอบด้วย 2 เรื่องหลัก เรื่องแรก คือปัญหาโครงสร้างอายุข้าราชการ โดยปัจจุบันมีข้าราชการอายุ 45 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ส่วนวัยอื่นมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย

“ภายใน 15 ปี ข้าราชการกลุ่มนี้จะเกษียณ ส่งผลถึงความต่อเนื่องในการทำงาน เนื่องจากจะขาดบุคคลที่เชี่ยวชาญงานด้านต่างๆ ไปช่วงหนึ่ง”

นนทิกร เล่าต่อไปว่า เมื่อมีข้าราชการเกษียณจำนวนมาก งบประมาณด้านบำเหน็จบำนาญก็สูงขึ้นตามไปด้วย โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นไปถึง 8 แสนล้านบาท ก.พ.จึงเร่งศึกษาว่าสาขาใดมีแนวโน้มขาดแคลนบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญบ้าง เพื่อพิจารณาปรับอายุเกษียณของข้าราชการเป็น 6570 ปี เบื้องต้นจะนำร่องในกลุ่มข้าราชการที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และกลุ่มช่างศิลป์ ช่างฝีมือ จากที่ปัจจุบัน มีข้าราชการในบางอาชีพที่ปรับไปบ้างแล้ว เช่น อาจารย์สาขาวิชาขาดแคลนที่มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป หรือจบปริญญาเอก สามารถขยายอายุเกษียณได้ถึง 65 ปี

แต่การขยายอายุเกษียณยังถูกมองว่า อาจเป็นสิ่งกีดกันให้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถเข้ามาเป็นข้าราชการได้ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง

ขณะที่อีกหนึ่งปัญหาหลัก คือ ขีดความสามารถของข้าราชการ โดยเฉพาะเรื่องทักษะภาษา ซึ่งต้องมองเป็น 2 มิติ 1.ข้าราชการที่อยู่ในระบบแล้ว และ 2.ข้าราชการใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบ

สำหรับกลุ่มที่อยู่ในระบบแล้ว เลขาธิการ ก.พ.ประเมินว่า หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศ มีสัดส่วนข้าราชการที่ใช้ภาษาอังกฤษในระดับสื่อสารได้ไม่ถึง 30% ดังนั้น แต่ละกระทรวงต้องเร่งสำรวจและพัฒนา

ขณะเดียวกัน ก.พ.อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับข้าราชการ เพื่อให้สามารถพัฒนาทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ได้หลายระดับ อีกทั้งยังให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบได้ว่าข้าราชการในสังกัดเข้าเรียนจริงหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจนำเรื่องดังกล่าวเป็นเกณฑ์วัดผลการดำเนินงานหรือเคพีไอของแต่ละบุคคลอีกด้วย ก.พ.คาดว่าจะเริ่มดำเนินการให้ทันปีนี้

นนทิกร บอกต่อว่า ส่วนกลุ่มข้าราชการที่กำลังจะเข้าสู่ระบบ จะต้องคัดกรองทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐานเพิ่มเติมด้วย โดยกำลังพิจารณา 2 แนวทาง 1.การสอดแทรกเนื้อหาภาษาอังกฤษในการสอบ ภาค ก. 10% แต่คิดคะแนนผ่านจากคะแนนรวมที่ 60% 2.สอบแยก ภาษาอังกฤษอีก 1 ชุด อาจมีเนื้อหาความยากระดับความรู้ ม.6 และคิดคะแนนผ่านที่ 50% ซึ่งคาดหวังว่าจะดำเนินการแนวทางใดแนวทางหนึ่งในปีหน้า

นอกจากนี้ ก็ต้องเร่งพัฒนาทักษะด้านอื่น โดยจัดหลักสูตรสำหรับพัฒนาทั้งสิ้น 5 หลักสูตร สำหรับ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้บริหารระดับสูง 2.กลุ่มผู้บริหารระดับกลาง 3.กลุ่มทั่วไป โดยมุ่งความตระหนักรู้พื้นฐาน 4.กลุ่มที่ปฏิบัติงานอาเซียนโดยตรง และ 5.กลุ่มปฏิบัติงานชายแดน แต่ปีนี้จะมุ่งเน้นในการพัฒนา กลุ่มแรกเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหัวเรือที่ต้องรับผิดชอบแต่ละองค์กรโดยตรง

วิธีการ คือ ให้ผู้นำแต่ละหน่วยงานมาร่วมรับฟังความรู้ในปัญหาของอาเซียน เช่น หัวข้อความมั่นคงทางพลังงาน ก็จะมีส่วนที่รับฟังจากวิทยากรระดับสูง และเปิดเวทีให้ผู้นำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้ารับการอบรมถกประเด็นเรื่องดังกล่าวกัน ภายในปี 2558 ก.พ.จะยกระดับการพูดคุย โดยเชิญผู้นำภาครัฐและเอกชนของอาเซียนเข้ามาร่วมด้วย

“ผมอยากเห็นข้าราชการไทยตอบสนองความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว คิดอ่านและมองเรื่องต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ต้องมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ จิตใจอยากทำงาน ทำทุกอย่างโปร่งใส เป็นข้าราชการที่ทำงานสมบทบาทหน้าที่” นนทิกร ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน