
สรุป ข่าวหุ้น-ตลาดทุน
ซื้อ 2 กิจการในตลาด‘แม็คโครเมโทร’
ซื้อ 2 กิจการในตลาด‘แม็คโครเมโทร’
บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (2226 เม.ย.) เป็นไปด้วยความผันผวน ดัชนีปรับตัวขึ้นและลงระหว่างวัน โดยมีปัจจัยจากภายในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะค่าเงินบาทเทียบเงินเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นหลุด 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นความกังวลที่ยังอยู่กับตลาดหุ้นไทย เนื่องจากกลัวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) จะออกมาตรการปกป้องค่าเงินบาทแข็ง จนส่งผลกระทบกับตลาดหุ้น
แม้จะมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าแบงก์ชาติจะเก็บค่าธรรมเนียมการลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น เพื่อป้องกันการเก็งกำไร แต่ก็ไม่เป็นผลกับตลาดหุ้นนัก เนื่องจากข้อมูลผลประกอบการธนาคารที่ออกมาดี ประคองตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นได้อีก
ดัชนีจ่อกลับไปสูงสุด 1,600 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทำท่าจะกลับที่จุดสูงสุดเดิม 1,601 จุด (19 มี.ค. 2556) ซึ่งดัชนีวันที่ 26 เม.ย. ปิด 1,582.92 จุด เพิ่มขึ้น 8.68 จุด มูลค่าซื้อขาย 54,546.90 จุด หรือทั้งสัปดาห์ดัชนีปรับตัวขึ้น 2.42% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 17.47% จากสัปดาห์อยู่ที่ 60,045.20 ล้านบาท
สำหรับตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 494.94 จุด เพิ่มขึ้น 3.27% จากสัปดาห์ก่อน
ดีลซื้อแม็คโครสูงสุดในประวัติศาสตร์
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ทุ่มเงิน 1.89 ล้านบาท ซื้อบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) จำนวน 154.42 ล้านหุ้น คิดเป็น 64.35% ของทุนชำระแล้ว ราคาหุ้นละ 787 บาท การซื้อดังกล่าวนับเป็นมูลค่าซื้อสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในการซื้อกิจการของประเทศไทย เพื่อต่อยอดธุรกิจรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC ) โดย ซีพี ออลล์ ตั้งธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้จัดหาสินเชื่อในการซื้อกิจการครั้งนี้
ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPALL กล่าวว่า การซื้อกิจการทำให้ยอดขายของ CPALL และ MAKRO มีมูลค่ารวมกันปีละ 3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นตามการขยายสาขาในแถบอาเซียนและประเทศไทย
ขณะที่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ยืนยันว่า CPALL จะไม่มีการเพิ่มทุนอย่างที่กังวล เนื่องจากเงินที่จะนำไปซื้อหุ้น MAKRO ส่วนใหญ่จะมาจากการกู้ธนาคารและมีแผนที่จะนำสินทรัพย์ของ MAKRO ไปจัดตั้งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์
ด้านการซื้อขายหุ้น CPALL วันที่ 24 เม.ย. หลังปลด SP ให้ซื้อขาย ถูกถล่มขายลงมาอยู่ที่ 39 บาท ลดลง 4.50 บาท เนื่องจากมองว่าระยะสั้นจะทำให้กระแสเงินสดลดลง ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนราคาซื้อแม็คโครแพง แต่หลังจากมีการยืนยันไม่เพิ่มทุนและนำสินทรัพย์ MAKRO ตั้งกองทุนอสังหาริทรัพย์ ดันหุ้น CPALL มาปิดล่าสุดที่ 43.75 บาท
‘สาธิต วิทยากร’ ฮุบเมโทรพร็อพเพอร์ตี้
นอกจากการซื้อกิจการ MAKRO แล้ว ในเวลาไล่เลี่ยกันบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ยังมีการซื้อกิจการเกิดขึ้นอีก 1 บริษัท คือ บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ (METRO) โดย สาธิต วิทยากร บุตรชาย นพ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ประกาศซื้อหุ้น METRO จากผู้ถือหุ้นเดิมในกลุ่ม วีระ บูรพชัยศรี รวม 10 ราย จำนวน 334,503,900 หุ้น หรือ 71.64% ที่ราคา 2.50 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 836.25 ล้านบาท
ราคาหุ้น METRO พุ่งรับข่าวดีติดต่อกัน จากราคาหุ้น 2.48 บาท (19 เม.ย.) ขึ้นมาสูงสุด 4.64 บาท เมื่อวันที่ 25 เม.ย. และล่าสุดปรับตัวลงมาปิด 4.18 บาท ลดลง 0.22 บาท ถูกตลาดหลักทรัพย์เบรกความร้อนแรงให้วางเงินสดก่อนซื้อ (แคชบาลานซ์) ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.เป็นต้น ไปถึงวันที่ 7 มิ.ย.นี้







