
‘บีโอไอ’หวั่นบาทแข็งกดลงทุนส่งออก
โอไอหวั่นบาทแข็งกดยอดลงทุนส่งออก ค้าชายแดนไทยเมียนมาร์
บีโอไอหวั่นบาทแข็งกดยอดลงทุนส่งออก ค้าชายแดนไทยเมียนมาร์ โอดยอดหด
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ และยังคาดไม่ได้ว่าจะไปหยุดที่ระดับใดอาจกระทบต่อการลงทุนของธุรกิจที่มีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศสูงและส่งออกมาก
นายอุดม กล่าวด้วยว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งมีส่วนในการให้การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอด้วยนั้น ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2556
ทั้งนี้ การกำหนดให้ถึงสิ้นปีเพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งตัดสินใจลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจให้เร็วที่สุด เพื่อรองรับกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าแรงได้
มาตรการส่งเสริมที่ ครม.อนุมัติเป็นมาตรการเดียวกับที่สิ้นสุดเมื่อปี 2554 โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ให้กับเอสเอ็มอีที่ต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยส่วนนี้จะให้สำหรับผู้ที่ประกอบกิจการอยู่แล้วเท่านั้น
2.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ซึ่งให้ทั้งเอสเอ็มอีที่ประกอบกิจการอยู่แล้ว และกำลังจะลงทุน
ด้านนายชัยยุทธ เสณีตันติกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการส่งออกชายแดนแม่สอดเมียวดี เมียนมาร์ ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างหนัก เนื่องจากยอดสั่งซื้อสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันไปซื้อประกันความเสี่ยง ขณะที่สัญญาเดิมต้องดำเนินการต่อไปแม้จะขาดทุน เพราะได้ทำสัญญาซื้อขายสินค้ากับคู่ค้าไปแล้วล่วงหน้า 34 เดือน
นายชัยยุทธ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะต้องใช้ยาแรงในการแก้ปัญหาคือ การลดดอกเบี้ยให้เหลือเพียง ร้อยละ 1 จากเดิมร้อยละ 2.75 เพื่อสกัดเงินทุนจากต่างประเทศ และเมื่อร้อยละ 2.75 นั้น เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย ถือว่า ไทยสูงมาก แต่การลดดองเบี้ยลงนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีคณะกรรมการดูแลอยู่ไป







