posttoday
อินโดนีเซีย...ความเหมือนในความแตกต่าง

อินโดนีเซีย...ความเหมือนในความแตกต่าง

26 เมษายน 2556

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในอาเซียน นี่จึงทำให้เมืองหลวงอย่างกรุงจาการ์ตา

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในอาเซียน นี่จึงทำให้เมืองหลวงอย่างกรุงจาการ์ตา มีผู้คนหนาแน่นวุ่นวายและเต็มไปด้วยความแตกต่าง รวมถึงการที่เศรษฐกิจของจาการ์ตากำลังเติบโต จึงเห็นสิ่งก่อสร้างใหม่เกิดขึ้นมากมาย

ในบางมุมอดรู้สึกไม่ได้ว่า จาการ์ตาช่างดูเหมือนกับกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเรื่องการจราจรที่ติดขัด

จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมาเองขอบอกเลยว่า การจราจรของจาการ์ตาเข้าขั้นเลวร้ายกว่าเมืองไทยมาก เพราะแม้แต่บนโทลล์เวย์ หรือทางด่วน รถติดมากขนาดที่คนสามารถเดินขายของได้ ไม่ว่าจะเป็นขนมขบเคี้ยว น้ำ กระทั่งจัดหนักไปจนถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนและเครื่องครัว

นอกจากนั้น อินโดนีเซียยังเป็นประเทศที่สามารถผลิตน้ำมันได้เอง จึงทำให้ราคาน้ำมันถูกมาก ยิ่งผลักดันให้ปัญหาการจราจรของจาการ์ตาติดหนักสาหัสขึ้นไป ส่งผลให้เกิดอาชีพสุดฮิต “เพื่อนร่วมทาง”

ตลอดสองข้างทางจากสนามบินซูการ์โนฮัตต้าร์ เข้าสู่ตัวเมืองจะเห็นชาวบ้านมายืนโบกรถกันเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งหญิงและชาย ยืนอยู่เป็นระยะ แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้รอโบกรถเมล์หรือรถแท็กซี่ และไม่ได้ต้องการติดรถใครไปไหนฟรีๆ

พอสอบถามจาก “แอลวิน” ไกด์ท้องถิ่น ก็ได้คำตอบว่า ชาวบ้านที่เขามายืนโบกรถกันเต็มไปหมดก็คือ อาชีพแปลกอย่างหนึ่งของเมืองหลวงแห่งนี้อาชีพที่ว่าคือ การเป็นเพื่อนร่วมทางเข้าไปในเมือง เพราะกรุงจาการ์ตามีกฎหมายห้ามรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีผู้โดยสารต่ำกว่า 3 คน ผ่านเข้าไปยังถนนสายสำคัญย่านธุรกิจ 2 เส้นชื่อ Sudirinan และ Thamrin (อารมณ์ประมาณถนนสีลมบ้านเรา) ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้ากับเย็น

คนเหล่านี้ก็เลยมายืนโบกรถ เพื่อเป็นเพื่อนร่วมทางแบบจำเป็นให้เจ้าของรถมีสมาชิกครบ 3 คน เพราะหากฝ่าฝืนเข้าไปก็อาจเจอค่าปรับคำนวณเป็นเงินไทยนับแสนบาททีเดียว

สำหรับค่าจ้างเพื่อนร่วมทางเข้าเมือง ก็อยู่ที่ประมาณ 11.5 หมื่นรูเปียห์ต่อคน คิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 3040 บาท

มหานครที่กำลังเติบโตอย่างจาการ์ตาเผชิญกับปัญหาการจราจรเลวร้ายมานาน และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการคมนาคมขนส่งของจาการ์ตา ก็พยายามจะลดชื่อเสียงในทางไม่ดีเกี่ยวกับการจราจรที่สาหัสในเมืองหลวงแห่งนี้

ไอเดียแก้ปัญหารถติดแบบฉบับแดนอิเหนา คือ จำกัดจำนวนรถที่สามารถวิ่งบนถนนได้ โดยแบ่งตามตัวเลขสุดท้ายบนแผ่นป้ายทะเบียนที่เป็นเลขคู่และเลขคี่ วิ่งสลับกันวันคู่วันคี่ ขณะที่รถแท็กซี่ รถสำหรับใช้เชิงพาณิชย์ มอเตอร์ไซค์ และรถสาธารณะ ไม่ถูกนับรวมในแนวทางแก้ปัญหานี้ ซึ่งจะบังคับใช้ระหว่างเวลา 06.0020.00 น.

แต่แผนดังกล่าวต้องพบกับโรคเลื่อนมาแล้ว 2 รอบ โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องการยืดเวลาไปอีกหน่อย เพื่อจะจัดหารถประจำทางรองรับนักขับที่ถูกจำกัดการใช้ยวดยาน รวมทั้งหาวิธีที่จะบังคับใช้กฎหมาย

ทางการระบุว่า แนวคิดวิ่งรถวันคู่วันคี่ จะเพิ่มความเร็วในการขับขี่ในตัวเมืองชั้นในเป็น 47 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากทุกวันนี้ที่วิ่งได้แค่ 16.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังจะช่วยให้ทางการประหยัดงบประมาณ จากการลดอุดหนุนการใช้น้ำมัน โดยตั้งเป้าจะใช้กฎระเบียบใหม่นี้ได้ในปีหน้า

แถมท้ายเกร็ดในการเดินทางไปอินโดนีเซีย การแลกเงินควรแลกเป็นเงินเหรียญสหรัฐจากเมืองไทย โดยเอาเฉพาะซีรีส์ H เท่านั้น ธนบัตรต้องไม่เก่า ไม่ฉีกขาด ไม่มีตำหนิใดๆ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถแลกเป็นเงินท้องถิ่น หรือแลกได้ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ

ส่วนการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ที่มีมิเตอร์ ควรเลือกรถของบริษัท บลูเบิร์ด และซิลเวอร์เบิร์ด เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่า และท่องให้ขึ้นใจว่าต้องเผื่อเวลาในการเดินทางไว้มากๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค