
‘เน็ต’ดันSMEเอเชียโตเร็ว
เชื่อมโยงลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกอินโดฯล้าหลังกูรูแนะลุยธุรกิจออนไลน์
เชื่อมโยงลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกอินโดฯล้าหลังกูรูแนะลุยธุรกิจออนไลน์
ธุรกิจรายย่อยในเอเชียเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการเติบโต
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์เผยบทความอ้างผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยในอินเดีย และผู้เชี่ยวชาญในแวดวงไอที พบว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีในภูมิภาคเอเชียหันมาใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้สามารถเติบโตและพัฒนาธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
วิเวก ประบาการ์ เจ้าของร้านขายสินค้าที่ระลึกในอินเดีย เผยว่า ปัจจุบันทางร้านมีลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก ภายหลังตัดสินใจเปิดเว็บไซต์ครั้งแรกเมื่อปี 2553
“จู่ๆ เราก็ได้อีเมลจากผู้ประกอบการในญี่ปุ่นว่าอยากดูตัวอย่างสินค้า และตอนนี้ก็มีร้านค้ากว่า 100 แห่งในแดนปลาดิบขายสินค้าของเรา” ประบาการ์ เผย
สอดคล้องกับความเห็นของ กาคริม เทมซามานี ประธานกูเกิลเอเชียแปซิฟิก ซึ่งระบุว่า ธุรกิจรายย่อยในภูมิภาคกำลังใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อช่วยในการโฆษณาสินค้า ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนวิธีหนึ่ง
“ปัจจุบันธุรกิจรายย่อยในเอเชียมีโอกาสเติบโตมากกว่าคู่แข่งในโลกตะวันตกเสียอีก ซึ่งเป็นผลพวงจากโลกออนไลน์ที่ทำให้เอสเอ็มอีเล็กๆ สามารถเชื่อมต่อกับคนกว่า 2,500 ล้านคนทั่วโลก” เทมซามานี เผย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการใช้อินเทอร์เน็ตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอินโดนีเซียนั้น เทมซามานี เตือนว่า ยังคงล้าหลังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เห็นได้จากอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของเอสเอ็มอีในประเทศที่ต่ำเพียง 10% ส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถค้นหาข้อมูลบริษัทได้ ซึ่งนับเป็นการเสียโอกาสในการทำธุรกิจ
ด้านอานู มัดกาฟคาร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสจากแม็คคินซีย์ โกลบอล อินสติทิวท์ เผยว่า อุปสรรคสำคัญของธุรกิจรายย่อยแดนอิเหนา คือการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากธนาคารมักมองเอสเอ็มอีว่าเป็นลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง ตลอดจนอุปสรรคในเรื่องการขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดแบบออนไลน์ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำธุรกิจ
ทั้งนี้ ภาคเอสเอ็มอีอินโดนีเซียคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 57% ของจีดีพีประเทศ
วันเดียวกัน อามิน ซูเบกที ผู้อำนวยการสภาที่ปรึกษาธุรกิจของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ประจำอินโดนีเซีย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลแดนอิเหนานำประเด็นเรื่องการพัฒนาธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีไปหารือในที่ประชุมเอเปก ซึ่งจะมีขึ้นที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซียในช่วงเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้เกิดการผลักดันนโยบายส่งเสริมธุรกิจรายย่อยที่สอดคล้องกันในระดับภูมิภาค







