posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

26 เมษายน 2556

เม.ย.ต่างด้าวลงทุนลด 6%

เม.ย.ต่างด้าวลงทุนลด 6%

เม.ย. 29 ราย ลด 6% แต่เงินลงทุนสูง 5,091 ล้านบาท พุ่ง 210% เหตุธุรกิจค้ำประกันหนี้ลงทุนสูง

นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวประจำเดือน เม.ย. 2556 อนุญาตให้นักลงทุนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 29 ราย ลดลง 6% เทียบกับ เม.ย. 2555 มีเงินลงทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 5,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 210% ซึ่งสาเหตุที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเป็นการอนุญาตให้กับธุรกิจค้ำประกันหนี้แก่บริษัทในเครือต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีการจ้างงานคนไทย 662 ราย

สำหรับยอดการลงทุนของนักลงทุนต่างด้าวรวม 4 เดือน (ม.ค.เม.ย. 2556) มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยแล้ว 128 ราย เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เงินลงทุนทั้งสิ้น 8,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168%

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเข้าลงทุนสูงสุดในเดือนเม.ย.เป็นธุรกิจบริการ 17 ราย คิดเป็น 59% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด มีเงินลงทุน 4,843 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริการทางบัญชี กฎหมาย บริการให้เช่าพื้นที่อาคาร และรับค้ำประกันหนี้ โดยประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย เยอรมนี บริติช เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และเกาหลี

อกจากนี้ยังมีธุรกิจสำนักงานผู้แทน 7 ราย คิดเป็น 25% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุน 22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ การค้า การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการ โดยประเทศที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เกาหลี และสิงคโปร์ รองลงมาเป็นธุรกิจค้าปลีก 3 ราย เงินลงทุน 52 ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกแม่พิมพ์และชิ้นส่วนแม่พิมพ์ การค้าปลีกมอเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โดยประเทศที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐมอริเชียส

สำหรับที่เหลือเป็นธุรกิจค้าส่ง 1 ราย มีเงินลงทุน 9 ล้านบาท ได้แก่ การค้าส่งเหล็กทุบขึ้นรูป สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ โดยลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น และผู้ลงทุนคู่สัญญาช่วงกับภาครัฐกับรัฐวิสาหกิจ 1 ราย มีเงินลงทุน 165 ล้านบาท ได้แก่ บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมพระนครเหนือ จากประเทศญี่ปุ่น

เปิดยื่นซองไอพีพี 29 เม.ย.

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ว่า จะให้ผู้สนใจมายื่นซองประกวดราคาและด้านเทคนิคในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ซึ่งมีผู้สนใจซื้อเอกสารประกวดราคา 89 ราย ส่วนจะมีผู้สนใจมายื่นจริงแค่ไหนนั้นคาดว่าจะมากกว่าการเปิดไอพีพีรอบที่แล้วที่มีผู้มายื่น 20 ราย ทั้งนี้หลักการพิจารณาไอพีพีจะให้ความสำคัญกับด้านเทคนิคและราคาค่าไฟที่เหมาะสมเป็นประโยชน์กับประชาชน สำหรับการเปิดไอพีพีรอบนี้ กำหนดเป็นเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ กำลังการผลิต 5,400 เมกะวัตต์ โดยจะทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงปี 25642569 และใช้เวลาตัดสินผู้ชนะประมาณ 3 เดือน

สหภาพฯบินไทยจี้โปร่งใส

นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า สหภาพฯ เตรียมทำหนังสือถึงคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย พิจารณาสรรหาคนนอกองค์กร เช่น นักวิชาการด้านกฎหมาย สถาบันการศึกษา อัยการสูงสุด ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อมาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบ จากกรณีพบทุจริตในโครงการต่างๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ไม่เอื้อผลประโยชน์ต่อกันอย่างไม่ถูกต้อง โดยที่ผ่านมาการบริหารงานของบริษัท การบินไทย มีประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใส อีกทั้งการตั้งบุคคลภายในเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ ทำให้เกิดการผ่อนปรนให้กัน การเลือกปฏิบัติ และไม่เคารพกฎระเบียบที่บริษัทตั้งขึ้น ซึ่งหลายโครงการสร้างความเสียหายให้กับบริษัท

ดันระบบตั๋วร่วมที่ปรึกษาสนข.ระบุตั๋วร่วมเกิด สนองนโยบาย 20 บาทตลอดสายของรัฐ ชี้ต้องสร้างมาตรฐานเชื่อมโยงโครงข่ายดึงคนใช้บริการ

นายอืม ซุง จิก ที่ปรึกษาโครงการดำเนินงานบริหารจัดการตั๋วร่วมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า หากมีระบบตั๋วร่วมเกิดขึ้นในไทย จะช่วยให้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถส่วนตัว ทั้งนี้ หากจะพัฒนาให้เกิดการใช้งานระบบตั๋วร่วมจริง จะต้องแก้ไขปัญหาการใช้ตั๋วโดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินก่อน เพื่อให้ทั้งสองระบบสามารถใช้งานร่วมกันได้

ทัวร์จ่อปรับราคาปลายปี

เปิดเผยความเป็นมาของการบริหารจัดการจราจรของกรุงโซล เกาหลีว่า ปัญหาการจราจรในไทยเป็นหมือนเกาหลีก่อนหน้านี้ ดังนั้น หากมีระบบตั๋วร่วมเกิดขึ้นในไทย จะช่วยให้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนหันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถส่วนตัวได้มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ หากจะพัฒนาให้เกิดการใช้งานระบบตั๋วร่วมจริง จะต้องแก้ไขปัญหาการใช้ตั๋วโดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินก่อน เพื่อให้ทั้ง 2 ระบบสามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องจ่ายค่าบริการเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้บริการแต่ให้สามารถคิดค่าบริการครั้งเดียวตามระยะทางถึงแม้จะเปลี่ยนจากระบบหนึ่งไปใช้อีกระบบหนึ่งก็ตาม

แอตตาจ่อปรับค่าแพ็กเกจทัวร์ขึ้นปลายปี 15% สู้ค่าเงินบาทแข็ง ด้านททท.ยันสหราชอาณาจักรไร้ผลกระทบค่าเงิน เชื่อนักท่องเที่ยวต่อโตเนื่อง

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) เปิดเผยว่า บริษัททัวร์เตรียมปรับราคาค่าแพ็กเกจทัวร์ช่วงปลายปีนี้เพิ่มขึ้น 1015% เพื่อลดผลกระทบเงินบาทแข็งค่า เมื่อเทียบกับเงินเยน เหรียญสหรัฐและยูโร ส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากซื้อขายแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้า 36 เดือน ขณะที่นักท่องเที่ยวจะชำระค่าแพ็กเกจช่วงการเดินทางมา สำหรับภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย 121 เม.ย. จำนวน 4.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 46%โดยนักท่องเที่ยวนากตลาด จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เดินทางมาประเทศไทยสูงสุดตามลำดับ

"ชัชชาติ” โต้สมคิด – ทนง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการคมนาคมขนส่ง ซึ่งปัญหาที่ไม่ได้แก้ไขคือความยากจน การไม่เท่าเทียมกันและการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอาเซียนว่า การพัฒนาจะต้องมีหลายมิติ ซึ่งรัฐบาลมีแผนด้านอื่นๆ อยู่แล้ว การลงทุนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศปี 56 63 จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ โดยเฉพาะสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันทางสังคม และ4. การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยรัฐบาลได้พิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาประเทศและระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงและสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนทุกภูมิภาค ซึ่งจะเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตสินค้าเกษตร แหล่งอุตสาหกรรม ภาคการบริการท่องเที่ยวของไทย เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างเมืองหลักทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคมายังจังหวัดใกล้เคียง เพื่อกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างจังหวัด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน