posttoday
บาทแข็งตีสินค้าเกษตรฟุบ

บาทแข็งตีสินค้าเกษตรฟุบ

26 เมษายน 2556

ส่งออกเจ็บตัวไตรมาสแรกหด3.12%ข้าว มัน ยาง ประมง เจอทุบหนัก

ส่งออกเจ็บตัวไตรมาสแรกหด3.12%ข้าว มัน ยาง ประมง เจอทุบหนัก

บาทแข็งฟาดงวงสินค้าเกษตร ส่งออกไตรมาสแรกฟุบ 3.12% ข้าว มัน ยาง ประมง เจ็บหนักกว่าเพื่อน

นายจารึก สิงหปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 7.44% ณ วันที่ 22 เม.ย. 2556 อยู่ที่ระดับ 28.63 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีอัตราลดลง 3.12% เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการส่งออกในช่วงเดียวกันของปี 2555 โดยสินค้าเกษตรสำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และสินค้าประมง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากค่าเงินที่ประมาณการโดยธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงเดือน เม.ย. 2555เม.ย. 2556 ที่ 29.5131.65 บาท/เหรียญสหรัฐ พบว่าการที่ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าที่ประมาณการทำให้เกิดอัตราเฉลี่ยของค่าเงินบาท ในขณะที่ในไตรมาสแรกของปี 2556 ได้ส่งผลกระทบต่อ โดยคิดเป็น มูลค่าความเสียหายประมาณ 7,694 ล้านบาท หรือนั่นคือ หากค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้นั้น มูลค่าส่งออกในไตรมาสแรกของปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นจาก 179,772 ล้านบาท อีกราว 7,694 ล้านบาท

“หากสถานการณ์ค่าเงินยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าจะกระทบต่อสินค้าผลไม้และไก่เนื้อในไตรมาส 2 และอาจกระทบต่อการส่งออกเพิ่มเป็น 10% ทั้งนี้รัฐบาลควรจะมีมาตรการออกมาดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าไปกว่านี้ อาจถึงเวลาที่รัฐต้องใช้ยาแรง” นายจารึก กล่าว

โดยเฉพาะการดูแลการลงทุนระยะสั้นของนักลงทุนต่างประเทศ และจูงใจให้ลงทุนในระยะยาวเพิ่มขึ้น ในขณะที่มาตรการลดดอกเบี้ยที่มีการพูดถึงนั้นในความเห็นส่วนตัวมองว่าจะไม่ช่วยอะไรมากนั้น เพราะอย่างไรนักลงทุนต่างชาติก็ยังมองว่าเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียนยังดีกว่าในสหรัฐ ยุโรป หรือที่อื่นๆ”นายจารึกกล่าวค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้ราคาสินค้าเกษตรส่งออกของไทยมีราคาสูงขึ้น ในขณะที่ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ สหรัฐ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และจีน มีปัญหาเศรษฐกิจ จึงเป็นการซ้ำเติมการส่งออกไทย ดังนั้นรัฐบาลจะต้องหันมาสนับสนุนให้มีการบริโภคภายในเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคเอกชนก็ต้องพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าส่งออกที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคคาดหวังกับคุณภาพสินค้าที่สูงขึ้นเช่นกัน

ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจฯ เสนอว่า รัฐบาลควรส่งเสริมให้เอกชนบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับภูมิภาค และส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรภายในประเทศเพื่อลดการส่งออก

รวมไปถึงสร้างความตระหนักในการบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานรับรอง 4.ผู้ส่งออกควรพัฒนาคุณภาพสินค้า โดยสร้างแบรนด์สินค้าและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Identity) ให้กับสินค้าเกษตรไทยรวมถึงยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มและเป็นที่ต้องการของตลาด

ในขณะที่ข้อเสนอต่อภาครัฐนั้น ศูนย์พยากรณ์เสนอว่า รัฐควรมีบทบาทร่วมกันในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการแข็งค่าของเงินบาท การขยายตลาดส่งออกใหม่ๆเพื่อลดผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญของไทย โดยควรจะไปส่งเสริมการค้าในตลาดอาเซียนและตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้นายจารึก กล่าวด้วยว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลดีต่อยางพาราไทย ที่จะเป็นโอกาสของผู้ส่งออก แต่ที่ยังสามารถส่งออกได้น้อยเนื่องจากผู้นำเข้าสำคัญเช่นประเทศจีน ชะลอคำสั่งซื้อเนื่องจากสหภาพยุโรป และสหรัฐ เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นการบริโภคลดลง ในขณะที่ข้าว จะได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ราคาข้าวยิ่งสูงขึ้น ในขณะที่เวียดนามกลับพยายามที่จะลดราคาข้าวเพื่อทำตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคติดใจข้าวเวียดนาม ทำให้โอกาสแข่งขันไทยลดลงจากเดิมที่ราคาข้าวก็แพงกว่าประเทศอื่นอยู่แล้วจากนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้มีรายงานว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1% จะกระทบต่อสินค้าเกษตรโดยข้าวจะกระทบประมาณ 0.08% ยางพารากระทบ 0.03%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน