
ทรูวิชั่นส์-แกรมมี่รุกชิงผู้ดูดุ
ส่งทรูฯเอนิแวร์ดึงคนหลังไม่มีพรีเมียร์ลีกแกรมมี่ยิงช่องวันโกยเรตติ้งทีวีดาวเทียม
ส่งทรูฯเอนิแวร์ดึงคนหลังไม่มีพรีเมียร์ลีกแกรมมี่ยิงช่องวันโกยเรตติ้งทีวีดาวเทียม
แข่งดึงลูกค้า “ทรูวิชั่นส์” ส่งทรูฯ เอนิแวร์ จูงใจหลังไม่มีพรีเมียร์ลีก “แกรมมี่” ดันช่องวันเสริมทีวีดาวเทียม
นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบกว่า 500 ล้านบาท พัฒนาซอฟต์แวร์ คอนเทนต์ และเปิดตัว “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” หรือบริการโมบายเพย์ทีวี ซึ่งผู้สนใจสามารถรับชมได้เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นผ่านแอพสโตร์ เพลย์สโตร์บนอุปกรณ์มือถือ และลงทะเบียนผ่าน http://truevision.tv
ทั้งนี้ การออกมาเปิดตัวแอพพลิเคชั่นดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการรักษาฐานสมาชิกของทรูวิชั่นส์ทั้งแพ็กเกจแพลทินั่ม เอชดี, โกลด์ เอชดี และซูเปอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2 ล้านราย เนื่องจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2012/2013 ที่บริษัทได้รับสิทธิจะจบลงในเดือน พ.ค.นี้
สำหรับค่าบริการสมาชิกทรูวิชั่นส์แพ็กเกจแพลทินั่ม เอชดี, โกลด์ เอชดี และซูเปอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ บริษัทคิดค่าบริการเดือนละ 299 บาท พร้อมข้อเสนอใช้ฟรี 1 ปี ซึ่งหลังจากเปิดตัวบริการดังกล่าวคาดปีแรกจะมีสมาชิกทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ 3.5 แสนราย
“บริการโมบายเพย์ทีวี ถือเป็นบริการใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สร้างโอกาสให้ลูกค้าชมช่องรายการจากทรูวิชั่นส์และช่องรายการฟรีทูแอร์ได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่มีสัญญาณ 3จี หรือไวไฟ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คาดผลตอบรับน่าจะดี” นายอาณัติ กล่าว
ปัจจุบัน ทรูวิชั่นมีฐานสมาชิกทั้งหมดประมาณ 2 ล้านราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นสมาชิกแพคเกจโกลด์และแพลทินัมประมาณ 3 แสนราย ซึ่งหลังจากบริษัทมีการนำคอนเทนท์รายการต่างๆ มาออกอากาศเพิ่ม และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าคาดว่าจะสามารถเพิ่มสมาชิกใหม่ในแพคเกจโกลด์และแพลทินั่มได้ไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่สมาชิกทั่วไปคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1020%
ด้านนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ช่อง วัน (ONE) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบ 200 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจทีวีฟรีทูแอร์และปรับโลโก้พร้อมเปลี่ยนชื่อช่องจาก “ช่องจีเอ็มเอ็มวัน” เป็น “ช่องวัน” ภายใต้สโลแกน “ดูทุกที ดีทุกวัน” เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย เนื่องจากรูปแบบรายการที่นำมาออกอากาศจะเป็นการรวมรายการที่ได้รับความนิยมจากช่องทีวีในเครือมาออกอากาศในช่องวัน ทั้งรายการวาไรตี้และละคร
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะผลิตรายการใหม่ และละครใหม่มาออกอากาศในช่องวัน ด้วยการจับมือกับเอไทม์ มีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี และจีทีเอช มาร่วมผลิตรายการ และละครให้กับช่องวัน เช่น รายการข่าวบันเทิง สถานีแสนแสบละครซีรีย์ ฮอร์โมนส์ และการผลิตละครจากภาคต่อของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม เช่น ซักซี้ด ,รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ,4 แพร่ง ,5แพร่ง และเอทีเอ็ม 2 คู่เวอร์เออรักเออเร่อ เพื่อให้ช่อง วัน เป็นสถานีข่าวบันเทิงเต็มรูปแบบ
นางสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจสื่อ) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า การออกมาเปิดตัวทีวีแซทเทลไลท์เพิ่ม และพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เตรียมความพร้อมสู่การเป็นทีวีดิจิตอล ซึ่งจากการที่ช่องวันมีคอนเทนต์ที่ดีก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของแกรมมี่ที่จะเลือกเป็นช่องทีวีดิจิตอล โดยหลังเปิดตัวช่องวันอย่างเป็นทางการคาดว่าจะคุ้มทุนในปีแรก“วันนี้คงต้องรอดูความชัดเจนของ กสทช. ก่อนว่าจะออกมาอย่างไร สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือ การเตรียมความพร้อม ซึ่งในส่วนของรายได้ที่จะมาจากการโฆษณาคงยังไม่สามารถนำไปเทียบกับฟรีทีวีได้ เพราะราคาขายต่างกันค่อนข้างมาก” นางสายทิพย์กล่าว
นายสุรพล พรีพงศ์พิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย ช่องวัน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า ภาพรวมของราคาโฆษณาของทีวีทั้ง 11 ช่องของแกรมมี่ยังเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อนาที ซึ่งถือเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับภาพรวมการขายโฆษณาของแซทเทลไลท์ทีวี นอกจากนี้ยังมีการขายในรูปแบบของแพคเกจ ซึ่งจะมีราคาเริ่มตั้นตั้งแต่ 3 แสนบาท 1 ล้านบาท โดยในส่วนของช่องวันก็จะมีราคาขายเฉลี่ยในระดับดังกล่าว
ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นโอกาสของการเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีการพัฒนาคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง เพราะช่องที่ขายโฆษณาได้ดีจะอยู่ใน 10 อันดับแรกเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันแซทเทลไลท์ทีวีมีจำนวนช่องมากกว่า 200 ช่อง ช่องที่อยู่ได้จะติด 1 ใน 10 ช่องเท่านั้น เพราะพฤติกรรมผู้ชมคงไม่เลือกชมทั้ง 200 ช่อง
สำหรับภาพรวมรายได้ของธุรกิจทีวีของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 1015% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้อยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีช่องทีวีแซทเทลไลท์ที่ดำเนินการอยู่ทั้งหมด 11 ช่อง และในอนาคตก็มีแผนที่จะเปิดตัวช่องใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แกรมมี่ทุ่มงบ 200 ล้านบาท ส่งช่อง “ONE” เสริมทัพธุรกิจแซทเทลไลท์ทีวี หลังดึงรายการดีของทุกช่องในเครือมารวมเป็นจุดขาย คาดคุ้มทุนในปีแรก
ทรูวิชั่นส์ทุ่มอีกกว่า 500 ล้านบาท ส่ง “ทรู วิชั่นส์ เอนิแวร์” เอาใจสมาชิก หวังรักษาฐานลูกค้าเก่า เพิ่มลูกค้าใหม่หลังจบลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ







