
กราเจ้าท่าฝ่ากระแสค้านดันสร้างท่าเรือลึกปากน้ำบารา
แนวคิดในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล แกว่งไกวไปมาท่ามกลางกระแสสนับสนุนและคัดค้านมานานนับสิบปี
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
แนวคิดในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล แกว่งไกวไปมาท่ามกลางกระแสสนับสนุนและคัดค้านมานานนับสิบปี โดยประชาชนในพื้นที่หวาดผวากับปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ที่อาจตามมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักในพื้นที่ที่ต่อเนื่องกับกิจกรรมท่าเรือ ในขณะที่ผู้ประกอบการเดินเรือ มองว่าการพัฒนาโครงการท่าเรือขนาดใหญ่จะต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จึงจะเกิดความคุ้มค่าในการลงทุน จึงไม่มีความเชื่อมั่นหากไม่มีการดำเนินการอย่างครบวงจรดังว่า
อย่างไรก็ตาม โครงการปากบาราฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง และแนวทางการก่อสร้างเริ่มมีความชัดเจนขึ้น หลังจากกระทรวงคมนาคมได้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
โดยกระทรวงคมนาคมมีความมั่นอกมั่นใจในโครงการนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้ให้กรมเจ้าท่าศึกษารายละเอียด และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในเบื้องต้นมีข้อสรุปว่า การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบาราได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ และได้มีการแจกแจงให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบบ้างแล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาพัฒนาโครงการสะพานเศรษฐกิจ (Landbridge) เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันว่า มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด
เบื้องต้น สนข.สรุปว่า เส้นทางแลนด์บริดจ์จำเป็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน หรือท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล และท่าเรือฝั่งอ่าวไทยท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 หากมีการพัฒนาท่าเรือทั้งสองฝั่งจริง การพัฒนาทางรถไฟเชื่อมโยงในลักษณะแลนด์บริดจ์จะส่งเสริมการนำเข้าส่งออกสินค้า ผ่านท่าเรือทั้งสองฝั่ง เพิ่มโอกาสรองรับสินค้าเปลี่ยนถ่ายลำ (Transshipment) ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เชิงบูรณาการของไทย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า สนข.ได้ศึกษาความสำคัญของแลนด์บริดจ์แล้วว่า มีความจำเป็น แต่หากพิจารณาสภาพการลงทุนในปัจจุบันอาจไม่คุ้ม จึงมีนโยบายให้ สนข.ไปศึกษารายละเอียดการเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือทั้งสองฝั่งเพิ่มเติม โดยแนวทางที่มีความเป็นไปได้คือ ทำเป็นการขนส่งทางท่อ (ไปป์บริดจ์) รองรับเรือน้ำมันขนาดใหญ่มากระวางบรรทุก 3 แสนตัน เป็นต้น
“ปัจจุบันการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบมะละกามีมากถึง 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากเราปรับมารับเรือขนส่งน้ำมันที่ท่าเรือปากบาราและส่งผ่านทางท่อไปยังท่าเรือสงขลา 2 ขึ้นเรือส่งไปฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้จำนวนมาก และเพื่อเป็นการส่งเสริมการนำเข้าน้ำมันดิบอาจมีโรงกลั่นบริเวณใกล้ๆ เพื่อความเหมาะสม แนวทางนี้เราอาจกลายเป็นฮับของการขนส่งน้ำมันก็ได้” ชัชชาติ กล่าว
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารานั้น จะช่วยให้การขนส่งของไทยมีทางเลือกมากขึ้น ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศเพราะสามารถส่งออกได้เลย ซึ่งปัจจุบันมี 2 มิติ หากหารือกับสภาหอการค้าต่างๆ ต้องการให้รัฐก่อสร้างท่าเรือปากบารา ขณะเดียวกันทางผู้ประกอบการเดินเรือ ประมงและท่องเที่ยวไม่ต้องการให้สร้าง อาจเป็นเพราะข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกัน
“เข้าใจว่ากลุ่มผู้ประอบการเดินเรือที่ไม่ต้องการท่าเรือปากบาราเพราะคุ้นชินกับการใช้ท่าเรือกลัง (Kelang)ของมาเลเซียที่มีค่าระวางเรือค่อนข้างถูก
ด้าน ศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า โครงการท่าเรือปากบาราผ่านขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องผลกระทบทางสุขภาพ ซึ่งกรมเจ้าท่ายืนยันเสมอว่าจะไม่มีนิคมอุตสาหกรรมหนักในท่าเรือดังกล่าว
ทั้งนี้ คาดว่า หากขั้นตอนทุกอย่างผ่านภายในปี 2558 จะสามารถประกวดราคาผู้รับเหมา และเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2559 และแล้วเสร็จภายในปี 2561 ตามกรอบ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทได้
“กรมเจ้าท่าเตรียมเข้าไปดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล อย่างจริงจัง หลังจากรัฐบาลได้นำโครงการดังกล่าวเข้าบรรจุอยู่ในพ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดได้ แม้ว่าจะมีกลุ่มหนึ่งคนบางส่วนที่ต่อต้าน ทางกรมเจ้าท่าจะพยายามเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น” ศรศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากแผนงานที่ขาดช่วงของโครงการปากบารา อาจทำให้กรมเจ้าท่าต้องปรับแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัย และเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเพื่อสร้างหลักประกันให้ได้ว่า โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราจะไม่ส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เหล่านี้จะเป็นบ่วงให้กรมเจ้าท่าดิ้นไม่หลุด หากไม่ปฏิบัติ เพราะเจ้ากระทรวงคมนาคม
ยืนยันแล้วว่า โครงการนี้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง
งานนี้ต้องลุ้นว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่กระทรวงคมนาคม จะดันโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เกิดทันใช้งบเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท







