
ภาคสังคมชงผุดเสาสิ่งแวดล้อม
ชงเรื่องเข้าอาเซียน ซัมมิต ดันแยกประเด็นสิ่งแวดล้อมออกจากเสาสังคมและวัฒนธรรม
ชงเรื่องเข้าอาเซียน ซัมมิต ดันแยกประเด็นสิ่งแวดล้อมออกจากเสาสังคมและวัฒนธรรม
น.ส.วรัญญากรณ์ ฟักทอง เจ้าหน้าที่โครงการอาเซียน มูลนิธิศักยภาพชุมชน กล่าวว่า ที่ประชุมอาเซียนภาคประชาชน 2013 (ACSC/APF 2013) เมื่อต้นเดือน เม.ย. ได้ยืนยันความต้องการให้แยกประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมออกจากประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และนำมาจัดตั้งเป็นประชาคมใหม่ คือ ประชาคมสิ่งแวดล้อมอาเซียนทดแทน โดยได้เสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) ที่บรูไนในวันนี้
สาเหตุที่ควรแยกออกมา เนื่องจากการนำไปรวมทำให้ระดับความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมลดลง การดำเนินการและความเคลื่อนไหวทำได้ไม่รวดเร็วคล่องตัว หากมีเสาใหม่ ถือได้ว่าเป็นการยกระดับเรื่องสิ่งแวดล้อมอันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชนด้วย
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้เสนอประเด็นสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมขุดเจาะ โดยจัดทำเกณฑ์ Extractive Industry Transparency Initative หรือ EITI ขึ้นในภาคอุตสาหกรรมขุดเจาะเพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินการขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เหมืองแร่ ของประเทศอาเซียน เช่น การเปิดเผยข้อมูลการลงทุน รายชื่อผู้ถือหุ้น และรายละเอียดการดำเนินการ
นอกจากนี้ เสนอให้มีการจัดตั้งศาลสิทธิมนุษยชนอาเซียน และเรียกร้องให้ภาครัฐจัดทำกลไกขึ้นมาสอดส่องดูแลสิทธิมนุษยชนของคนในแต่ละประเทศอย่างชัดเจน
น.ส.วรัญญากรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำเรื่องการให้รัฐบาลผลักดันการขับเคลื่อนเยาวชน การพัฒนาสตรี และสวัสดิการสังคมร่วมกันด้วย เนื่องจากเป็นประเด็นที่ทุกประเทศประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน และสามารถช่วยกันดำเนินการแก้ไขได้
อย่างไรก็ตาม การประชุม ACSC ครั้งดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากทางบรูไนจัดประเด็นการประชุมเพียงฝ่ายเดียว ทำให้ประเด็นไม่หลากหลาย และบางประเทศถอนตัวออกจากการประชุมด้วย







