
นักธุรกิจเชื่อมือรัฐบาลเดินหน้าลงทุนตามแผน
โพสต์ทูเดย์
— นักธุรกิจประสานเสียง รัฐบาลคุมสถานการณ์อยู่หมัด ไม่เกิดความรุนแรงแม้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกาศลงทุนตามแผนงาน สร้างรายได้โตยาวนายอโศก เจน รองกรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ให้ความเห็นกรณีรัฐบาลประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า ไม่กังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะบริษัทเปิดดำเนินการในประเทศไทยมานานแล้ว และจะลงทุนในไทยต่อไป
บริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ว่าจะเติบโต 20% จากปีก่อน โดยยังไม่รวมการเข้าซื้อกิจการ การเติบโตนี้มาจากฐานการผลิตที่บริษัทลงทุนไว้เมื่อสองปีก่อน
ทั้งนี้ ยังตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของโลกในอุตสาหกรรม PET โพลีเอสเตอร์ จากปัจจุบันอยู่อันดับสองของโลก
ด้านนายศุภพงศ์ กฤษณกาญจน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ ให้ความเห็นว่า เชื่อว่าไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยไม่มีใครแพ้และใครชนะ
นอกจากนี้ ภายใน 23 ปีนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนอีก 8001,000 ล้านบาท ที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้ระดมทุนแล้วแต่ยังรอสถานการณ์
นพ.อนันต์ ศิริมงคลเกษม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) ไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่ตั้งเป้างบลงทุนในช่วง 23 ปีนี้ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท โดยมีแผนจะสร้างฟาร์มมูลค่า 1,5002,000 ล้านบาท และใช้เงินสดจากการดำเนินงาน
สำหรับการร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นสร้างโรงชำแหละ และแปรรูปไก่เพื่อส่งออกนั้น คาดว่าโรงงานจะแล้วเสร็จเดือน ก.ค.ส.ค.นี้ และรายได้จะทยอยเข้ามาในไตรมาส 4 ปีนี้ และรับรู้รายได้เต็มปี 2554 ทำให้รายได้มีอัตราการเติบโต 30% จากปีนี้ สำหรับปี 2553 คาดว่ารายได้จะเพิ่ม 10% จากปี 2552
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่า ยอดขาย GFPT จะขยายตัวจากการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มอาหารสัตว์ รวมถึงปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น คาดว่าราคาขายที่อยู่ในระดับสูงทำให้อัตรากำไรจะดีกว่าเดิมที่เคยคาดไว้ทำให้ปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2553 ขึ้น 6% จากประมาณการเดิม คาดหมายยอดขาย 12,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%







