
ส่องอสังหาฯ 9 เดือนเซ็งการเมืองบ้านชานกรุงหลบม็อบมีแววรุ่ง
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มข้ามผ่านสันติวิธีไปสู่การจุดชนวนของความรุนแรง เริ่มทำให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตลาดบ้านในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีก 8 เดือนเศษของปีนี้จะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ เพราะสัญญาณบางอย่างเริ่มบ่งชี้ว่าตลาดเริ่มชะลอตัวลง แม้ว่าจะยังไม่สามารถชี้ชัดไปได้ว่าเป็นผลกระทบจากการเมืองแบบ 100% เต็มก็ตาม
หลังจากผ่านไตรมาสแรกด้วยยอดขายและยอดโอนที่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่าจะมีปัญหาให้วิตกอยู่บ้างเมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมไล่รัฐบาลตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ทำให้การขายและโอนบ้านในช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาสจะไม่สะดวกนัก แต่ก็ถือว่าผ่านไปด้วยดี พร้อมกับการที่รัฐขยายมาตรการให้อีก 2 เดือน เฉพาะการลดค่าโอน และค่าจดจำนอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ยังโอนบ้านไม่ทันทำให้ประเมินกันว่าในไตรมาส 2 ตลาดยังมีแรงส่งหลงเหลือจากไตรมาสแรกและทำให้ยอดขายยังเดินต่อไปได้
แต่เมื่อผ่านมาไตรมาส 2 มาได้สัปดาห์เศษ พร้อมกับสถานการณ์การชุมนุมที่เข้มข้นและตึงเครียดขึ้น จนรัฐบาลต้องประกาศพ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินในที่สุด ตลาดบ้านเริ่มมีสัญญาณที่ไม่สู้ดีนักเมื่อยอดคนเข้าไซต์โครงการลดลง และผู้ซื้อเริ่มลังเลในการตัดสินใจซื้อ ยิ่งเมื่อมองไปใน 8 เดือนเศษที่เหลืออยู่ยิ่งก็ยิ่งรู้สึกได้ว่า ทางเดินไปสู่เป้าหมายในปลายปีไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสียแล้วแต่ใน 3 ไตรมาสที่เหลืออยู่ สถานการณ์การเมืองจะเป็นปัจจัยหลักที่ชี้ขาดอย่างแน่นอนว่า ตลาดจะกระเพื่อมตามแรงสะเทือนของการเมืองมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูเฉพาะสถานการณ์ ณ ปัจจุบันที่ยังไม่เกิดความรุนแรง แต่ผลจากการชุมนุมที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบในเร็ววัน และยังไม่รู้จบลงแบบไหน ได้สั่นคลอนภาพรวมของเศรษฐกิจที่อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมๆ กับบั่นทอนความเชื่อมั่นในด้านการลงทุนและการตัดสินใจซื้ออยู่พอสมควร
จากการประเมินตัวเลขคนเข้าไซต์โครงการ และการตัดสินใจซื้อของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ พบว่าหลายบริษัทยอดตกลงเฉลี่ย 1020% บางบริษัทโดยเฉพาะกับบริษัทรายเล็กๆ มียอดขายลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหตุผลที่ผู้ประกอบการประเมินกันไว้ 3 ประเด็นหลัก คือ เดือน เม.ย. เป็นเดือนที่มีวันหยุดมากอยู่แล้ว ประเด็นที่ 2 คือ กำลังซื้อเริ่มเบาบางลง เพราะได้ถูกเร่งให้ไปซื้อในไตรมาสแรกส่วนหนึ่งแล้ว และประเด็นสุดท้ายคือ ปัญหาการเมืองที่รุนแรงขึ้น ทำให้บรรยากาศการซื้อขายหมดไป คนชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูสถานการณ์
นอกจากนี้ ผลกระทบจากการประกาศภาวะฉุกเฉินทำให้บรรยากาศการลงทุนดับวูบไปในทันที จากก่อนหน้านี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักไปจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อมาเกือบเดือนไปแล้ว ส่วนปัจจัยลบอื่นๆ เช่น ราคาน้ำมันที่ยังมีแนวโน้มที่จะขยับตัวขึ้นไปได้อีก และอัตราดอกเบี้ยที่รอวันจะขยับขึ้น เช่นเดียวกับราคาวัสดุก่อสร้างหลักๆ ที่ได้เริ่มขยับราคาไปบ้างแล้ว
ทั้งหมดทั้งปวงล้วนเป็นอุปสรรคที่จะบั่นทอนตลาดตลอด 3 ไตรมาสที่เหลือ โดยที่ยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะมาช่วยประคองธุรกิจให้ รอดตัวไปได้ นอกจากการขยายมาตรการกระตุ้นไปอีก 2 เดือน แต่ก็คาดว่าจะไม่มีผลเท่าไรนัก
ปัญหาทั้งหมดนำมาสู่การปรับแผนธุรกิจของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลายบริษัทเริ่มคิดถึงการชะลอการลงทุนใหม่ๆ เพื่อรอดูสถานการณ์ที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง หรือไม่ก็ลดขนาดการลงทุนลงเพื่อลดความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบริษัท ส่วนโครงการที่ได้ลงทุนเปิดโครงการไปแล้วก็ยังเดินหน้าต่อด้วยความระมัดระวัง แคมเปญต่างๆ จะถูกนำมาใช้ในการกระตุ้นการขาย แต่ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะถ้าทำภายใต้บรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยก็เท่ากับเสียแรงเปล่า
หากมองกันแบบยาวๆ ถ้าปัญหาการเมืองยังเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ หลังจากที่คนไทยได้อยู่กับปัญหาดังกล่าวมาแล้วอย่างน้อยๆ 3 ปี หลังการปฏิวัติ 2549 มีการชุมนุมขนาดใหญ่อย่างน้อย 3 ครั้ง ในรอบ 3 ปี ไม่นับการชุมนุมย่อยๆ อีกนับไม่ถ้วน แม้การชุมนุมจะจบลงด้วยรูปแบบใดก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าก็ยังมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ตราบใดที่การแก้ปัญหาการเมืองยังไม่บรรลุ ซึ่งในนานาประเทศที่เคยก้าวผ่านปัญหาลักษณะนี้ล้วนใช้เวลานับสิบๆ ปี
ปัญหาที่น่าขบคิดก็คือ เมื่อผู้บริโภคใน กทม. ยังจะต้องเผชิญปัญหาและผลกระทบจากการประท้วงอย่างต่อเนื่อง จะมีผลที่ทำให้การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปหรือไม่ คำตอบที่น่าสนใจ คือ มีความเป็นไปได้อยู่เช่นกัน เมื่อการชุมนุมประท้วงเริ่มกลายเป็นปัญหาให้กับคนเมือง การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่อยู่นอกเมืองเพื่อหลบหนีความวุ่นวาย เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ต่อขยายที่จะออกไปนอกเมือง ทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองสะดวกสบายมากขึ้น โอกาสที่บ้านนอกเมืองจะขายดีเพราะมีคนเบื่อม็อบในเมืองก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน







