
"บิ๊กราชา" แคเทอริง ของดีราคาถูกครองใจชาวมาเลย์
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
เป็นที่รับรู้กันว่า มาเลเซีย คือหนึ่งในกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจรายย่อย (เอสเอ็มอี) มากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างของธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนไม่น้อยที่สามารถไต่เต้าขึ้นมาประสบความสำเร็จ และกลายเป็นแบบอย่างให้หลายๆ คนได้เดินตาม
หนึ่งในเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนกลายมาเป็นหนึ่งในต้นแบบของการเริ่มต้นธุรกิจที่หน่วยงานรัฐบาลมาเลเซียให้การยกย่องก็คือ จอห์น วิลเลียม ซาเวียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และเจ้าของธุรกิจรับจัดเลี้ยงอาหารในงานต่างๆ ที่ชื่อว่า “บิ๊กราชา” โดยปัจจุบันกลายเป็นชื่อคุ้นหูของชาวมาเลเซียแล้ว เพราะเปิดให้บริการมานานกว่า 30 ปี
เส้นทางการเติบโตเริ่มต้นจากการที่ ซาเวียร์ มีโอกาสได้สืบสานธุรกิจจัดเลี้ยงอาหารต่อจากพ่อ แม้ว่าในตอนแรกเจ้าตัวไม่ได้ต้องการทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร โดยอยากทำเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์มากกว่า ทว่าโชคชะตาก็พลิกผันให้ต้องมารับงานธุรกิจจัดเลี้ยงจนได้ เพราะเกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นในขณะที่ลองทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ดังนั้น จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ซาเวียร์ ล้มเลิกความตั้งใจในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และหันมามองถึงต้นทุนเดิมที่มีอยู่รอบตัวอยู่แล้วอย่างธุรกิจรับจัดเลี้ยงของพ่อ
แม้ว่าการเข้ามาสานงานต่อจากพ่อในกิจการอาหารจัดเลี้ยงจะเป็นการเริ่มต้นที่ได้เปรียบมากกว่าการเริ่มต้นธุรกิจทั่วไป แต่ภาระงานดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ ซาเวียร์ ต้องเข้ามาบริหารปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจหลายๆ อย่างเพื่อให้สอดรับกับโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการเริ่มต้นธุรกิจเท่าไรนัก
สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเข้ามาจับธุรกิจอาหารให้ความสำคัญก็คือ “การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ง่ายขึ้น” และจัดระบบการบริหารจัดการของกิจการจัดเลี้ยงอาหารขึ้นมาใหม่ให้เป็นที่จดจำมากขึ้น เพราะในช่วงแรกนั้น กิจการดังกล่าวมักจะยึดติดกับภาพลักษณ์ของตัวบุคคล หรือยึดติดกับผู้เป็นพ่อเพียงคนเดียวมากเกินไป ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการสร้างแบรนด์ “บิ๊กราชา” ขึ้นมา
นอกจากนี้ ซาเวียร์ ยังมุ่งเน้นการทำการตลาดและการรับรู้แบรนด์ของลูกค้าด้วยการให้บริการในคอนเซปต์ว่า ของดีหรูแต่ราคาถูกย่อมเยา
“ผมติดตามเทรนด์อาหารใหม่ๆ เสมอ และต้องการนำเสนออาหารให้กับลูกค้าในคอนเซปต์ที่หรูหรา ใช้ของดีมีคุณภาพ เหมือนประหนึ่งว่ากำลังเสิร์ฟให้กับพระราชาเสวย แต่ราคาไม่แพง” ซาเวียร์ กล่าวพร้อมกับเสริมว่า ถึงแม้ในวันนั้นจะมีลูกค้าเข้ามาเรียกใช้บริการมากเท่าไร แต่เจ้าตัวจะพยายามจำกัดการรับงานไม่เกิน 34 เจ้าต่อวันเท่านั้น เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารและงานบริการ
ทั้งนี้ อาหารที่บิ๊กราชาเชี่ยวชาญเป็นพิเศษก็คืออาหารสไตล์มาเลเซีย จีน และตะวันตก
ไม่เพียงเฉพาะอาหารเท่านั้น ซาเวียร์ ยังให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพและภาพลักษณ์อีกด้วย ดังเช่นการให้พนักงานทุกคนต้องแต่งตัวให้ดูเป็นมืออาชีพ การจ้างบริษัทในด้านการออกแบบดีไซน์มาช่วยในการออกแบบการจัดวางอาหารเพื่อให้สอดคล้องกลมกลืนกับงานเลี้ยงที่จะไปจัดให้ที่สุด
เจ้าของธุรกิจด้านอาหารชื่อดังของมาเลเซียยังเผยต่ออีกด้วยว่า การใช้สไตล์การทำธุรกิจด้วยความรัก ใส่ใจและรักในงานบริการ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เจ้าตัวสามารถผงาดขึ้นมาอย่างโดดเด่นจากธุรกิจเอสเอ็มอีรายอื่นๆ ดังเห็นได้จากเจ้าตัวได้ลงมากำกับดูแลคุณภาพของอาหารในทุกขั้นตอน อีกทั้งยังคอยตามเช็กกระแสตอบรับของลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการให้เป็นที่ถูกใจ
แนวทางธุรกิจของบิ๊กราชา ที่ใส่ใจกับการสร้างแบรนด์ เน้นสินค้าคุณภาพแต่ราคาไม่แพง และมีใจรักในงานบริการ จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางให้เอสเอ็มอีต่างๆ ได้ศึกษาและเดินตามที่น่าสนใจไม่น้อย







