
กรมการท่องเที่ยวจัดทัพรับต่างชาติ
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยม นับเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองหลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ใช้เป็นกลยุทธ์สร้างความแตกต่างให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย
สำหรับภารกิจดังกล่าว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เร่งจัดทัพปรับแผนโครงสร้างทำงานในองค์กรเพื่อรับมือกับการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะขณะที่กำลังนับถอยหลังสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งไทยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย
อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เล่าว่า กรมการท่องเที่ยวเตรียมปรับโครงสร้างทำงานภายในองค์กร ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.แผนพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับแผนสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท
2.แผนพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและกีฬา และ 3.แผนพัฒนาองค์กรมุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อยกระดับการทำงานขององค์กรให้สอดรับกับการเปิดเออีซี
ทั้งนี้ ได้เตรียมเพิ่มบุคลากรในระดับจังหวัดอีก 150 อัตรา จากปัจจุบันมีพนักงานเพียง 121 อัตรา เพื่อขยายกำลังปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการขยายนายทะเบียนจดใบอนุญาตมัคคุเทศก์ (ไกด์) ซึ่งควรมีในทุกจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ เพื่อช่วยลดการกระจุกตัวในการยื่นขอจดทะเบียนใบอนุญาตจากส่วนกลางกรุงเทพมหานครเท่านั้น
รวมถึงเปิดโอกาสให้ไกด์เข้าสู่ระบบทำงานได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ปัญหาขาดแคลนไกด์ในภาษาหลัก อาทิ จีน รัสเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่กรมต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนก่อนเปิดประชาคมอาเซียน
“ต้องพัฒนาคนในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถด้านการท่องเที่ยว ควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านกีฬา ต้องเร่งแต่งตัวให้องค์กรมีการพัฒนาที่ดี ก่อนออกไปประสานงานด้านแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องติดต่อกับทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน”
กรมการท่องเที่ยว ยังเตรียมสานต่อโครงการจัดทำวันสต็อปเซอร์วิสด้านภาพยนตร์ ให้มีบริการที่ครบวงจร รองรับความต้องการของกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนต่างๆ เช่น ประสานเจ้าของพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นต้น
รวมถึงเตรียมพิจารณาผลักดันเรื่องมาตรการภาษีจูงใจกองถ่าย เนื่องจากการใช้สถานที่ประเทศไทยถ่ายทำ จะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศในทางอ้อม และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับระบบเศรษฐกิจของชาติในทางตรงได้
อานุภาพ เล่าว่า กรมเตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และภาคเอกชน ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นำร่องที่พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ป้องกันการเกิดเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลักเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ คือ 1.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2. ความปลอดภัยด้านอุบัติเหตุ และ 3.ความปลอดภัยด้านสุขภาพ โดยกรมได้ร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติกรณีเกิดการเจ็บป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุรองรับการรักษาพยาบาลได้อย่างทันท่วงที
สำหรับแผนพัฒนาระบบขนส่งเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ กรมเตรียมร่วมกันวางแผนการพัฒนาการเดินทางกับกระทรวงคมนาคม กำหนดกรอบแผนพัฒนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เบื้องต้นเตรียมใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนป้ายบอกทาง เพิ่มภาษาในกลุ่มประเทศเออีซี ได้แก่ ภาษาพม่าในภาคเหนือ ภาษาลาวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ภาษาเขมรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนใต้) และภาษามลายูในภาคใต้ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปีหน้า สำหรับรองรับการเดินทางระหว่างประเทศกลุ่มอาเซียน







