
เกษตรไร้ดินพอดโพนิกส์ตอบโจทย์ความมั่นคงอาหาร
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
“ความมั่นคงทางอาหาร” นับเป็นวาระสำคัญอย่างยิ่งต่อคนทุกชาติทุกภาษา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารจึงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ไม่เคยล้มหายตายจากไปทั้งรูปแบบของการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป ร้านอาหาร โดยขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครมองเห็นโอกาสเหล่านี้หรือไม่
หากเห็นโอกาสทำเงินที่อยู่ตรงหน้า หลายคนก็คงพร้อมที่จะเข้าไปลุยแม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็ตาม เหมือนกับ แมตต์ ลีออตตา ที่พลิกผันตัวเองจากวิศวกรในแวดวงไอทีไปเป็น “เกษตรกรรุ่นใหม่” กับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในแบรนด์ “พอดโพนิกส์” (PodPonics)
พอดโพนิกส์ ก่อตั้งขึ้นในรัฐแอตแลนตา สหรัฐ เมื่อ ลีออตตา ซึ่งเป็นอดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ เกิดฉุกคิดขึ้นถึงเรื่องความมั่นคงทางอาหารในสหรัฐ ระหว่างที่กำลังเดินเล่นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในแอตแลนตา เมื่อปี 2008 และพบว่าผักผลไม้ส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายนั้น มักเป็นผักผลไม้ที่ปลูกในรัฐอื่นๆ หรือแม้แต่ในต่างประเทศทั้งสิ้น
“ผักกาดหอมที่คนทั่วทั้งสหรัฐบริโภคนั้น มาจากรัฐแคลิฟอร์เนียแทบจะทั้งหมด แม้จะมีความต้องการผักสดในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก แต่ก็แทบไม่มีธุรกิจการปลูกผักกาดหอมขนาดใหญ่นอกรัฐแคลิฟอร์เนียเลย” ลีออตตา กล่าวกับเว็บไซต์ออนเทรอพรีเนอร์
อุปทานผักสดซึ่งไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นนั้น ส่งผลให้วิศวกรซอฟต์แวร์รายนี้เริ่มคิดต่อยอดถึงวิธีการปลูกผักในปริมาณมากเพื่อรองรับตลาดขนาดใหญ่ของสหรัฐทันที และนำไปสู่การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินแบบปกติเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว
ลีออตตา ตัดสินใจเปิดบริษัท พอดโพนิกส์ ขึ้นในปี 2010 ด้วยเงินทุนตั้งต้นที่มาจากเงินเก็บและการขอสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 1 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3 ล้านบาท) โดยได้ลงมือดีไซน์โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อควบคุมปริมาณแสง อุณหภูมิ และความชื้น สำหรับการปลูกผักกาดหอมแบบไฮโดรโปนิกส์ในพื้นที่จำกัด บริษัทแห่งนี้ดำเนินการบนพื้นที่จอดรถในเขตอุตสาหกรรมเก่าแห่งหนึ่งภายในรัฐแอตแลนตาที่เช่ามา และใช้ตู้คอนเทนเนอร์เก่า 4 ตู้ เป็นแปลงสำหรับเริ่มปลูกผักกาดหอม
หลังเริ่มลงมือได้เพียงไม่นาน ผักกาดหอมไฮโดรโปนิกส์ก็ให้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดจากบรรดาร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น เชฟนับสิบคนในแอตแลนตาต่างชื่นชมผักของพอดโพนิกส์ว่ามีรสชาติเยี่ยม และส่งผลให้ผักจากตู้คอนเทนเนอร์ของที่นี่กลายเป็นที่ต้องการในตลาด
ความสำเร็จเบื้องต้นนั้น ช่วยให้พอดโพนิกส์สามารถระดมทุนเพื่อขยายกิจการเพิ่มได้ถึง 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 51 ล้านบาท) โดย ลีออตตา ตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกผักด้วยการเช่าพื้นที่รกร้างส่วนหนึ่งภายในสนามบินฮาร์ตสฟิลด์ แจ็กสัน แอตแลนตา และเช่าพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจของแอตแลนตาอีก 11.3 เอเคอร์ เพื่อปักหลักธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยนักลงทุนต่างเชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจนี้ เนื่องจากหลายประเทศทั้งในตะวันออกกลาง สิงคโปร์ หรือฮ่องกง ต่างก็ตระหนักดีถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร
การใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยภายใต้มาตรฐานการผลิตที่รัดกุม ช่วยให้พอดโพนิกส์มีปริมาณผลผลิตมากกว่าการปลูกในที่ดินปกติราว 1.5 เท่าต่อปี โดยบริษัทสามารถผลิตผักกาดหอมสู่ตลาดได้ราว 62 ตันต่อปี พร้อมสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 6 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อปี ในปี 2011 เป็น 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2012 ที่ผ่านมา และขยายสาขาไปยังดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของครัวแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี







