
พรบ.ประกัน (ใหม่) เปิดช่องรับมือบริษัทเจ๊ง
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
แม้จะมีบริษัทประกันวินาศภัยถูกคำสั่งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ปิดกิจการไปแล้วถึง 4 บริษัท คือ บริษัท สัมพันธ์ ประกันภัย บริษัท เอพีเอฟ ประกันภัย บริษัท ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย และบริษัท วิคเตอรี ประกันภัย
แต่ผู้เอาประกันหรือเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ของบริษัทประกันที่ถูกปิดเหล่านั้น ก็ยังไม่ได้รับค่าเบี้ยประกัน ซึ่งถือเป็นหนี้สินคืนกลับมาจากบริษัทประกัน ตราบใดที่ยังไม่สิ้นสุดขบวนการฟ้องร้องตามคดีล้มละลาย ซึ่งก็ต้องกินเวลาไปไม่น้อยกว่า 34 ปี
แต่ข้อจำกัดดังกล่าวกำลังถูกแก้ไข เพื่อให้กองทุนประกันวินาศภัยในฐานะผู้ที่ต้องดูแลผู้บริโภคสามารถนำเงินของกองทุนออกมาใช้จ่ายหนี้คืนให้กับผู้เอาประกันได้ทันที หลังจากที่บริษัทประกันถูกคำสั่งปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุดขบวนการล้มละลายอีกต่อไป
หรือหากเงินกองทุนที่มีอยู่ยังไม่พอ ตัวกฎหมายใหม่ยังเปิดช่องให้ไปกู้มา เพื่อคืนหนี้ให้กับผู้เอาประกันไปก่อนได้อีกด้วย
จีระพันธ์ อัศวธนกุล กรรมการ บริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันวินาศภัย (ฉบับที่...) (พ.ศ. ...) ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระที่ 1 แล้ว โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัยฉบับดังกล่าว
สำหรับประเด็นที่กรรมาธิการฯ มีความเป็นห่วงมากที่สุดคงเป็นในเรื่องของการมอบอำนาจให้กองทุนประกันวินาศภัยสามารถกู้เงินได้เอง โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เพื่อนำเงินกู้มาจ่ายคืนให้กับผู้เอาประกันในฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่ถูกคำสั่งให้ปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุดคดีล้มละลายเหมือนปัจจุบัน
ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทางสมาคมได้เข้าไปชี้แจงให้กรรมาธิการฯ เข้าใจและเห็นถึงความจำเป็นของการที่ต้องให้กองทุนประกันวินาศภัยกู้เงินมาจ่ายหนี้ได้ก่อน แล้วให้กองทุนไปติดตามหนี้จากบริษัทที่ปิดกิจการภายหลัง
“ทางกรรมาธิการฯ เป็นห่วงว่าจะมีบริษัทประกันเจ๊งเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า และบริษัทประกันที่เจ๊งไปแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนให้กองทุนได้ ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่า หลังจากนี้ไม่ควรมีบริษัทประกันรายไหนเจ๊งหรือถูกปิดกิจการอีก เนื่องจากทาง คปภ.ก็ควบคุมและตรวจสอบเป็นอย่างดี เงินของกองทุนประกันวินาศภัยที่มีอยู่ก็เป็นเงินสมทบที่เรียกเก็บมาจากบริษัทประกันอยู่แล้ว ซึ่งสุดท้ายบริษัทประกันทั้งหมดก็ต้องเป็นผู้ร่วมกันรับผิดชอบอยู่ดี” จีระพันธ์ กล่าว
ขณะที่กฎหมายเดิม กองทุนไม่มีสิทธิกู้เงิน แต่กฎหมายใหม่ให้กองทุนกู้ได้ โดยมีคณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานเป็นผู้ดูแล ซึ่งการกู้เงินก็อาจใช้วิธีการออกพันธบัตรแล้วให้บริษัทประกันซื้อไว้เอง
อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันในปีนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มแรกก็คงเป็นอดีตผู้เอาประกันของทั้ง 4 บริษัท ที่ถูกปิดกิจการไปก่อนหน้านี้ และเงินกองทุนประกันวินาศภัยก้อนแรก 1,200 ล้านบาท คงถูกใช้คืนให้ผู้เอาประกันหลายไปก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เอาประกันหลังจากที่รอคอยมานาน และคงทำให้เงินของกองทุนประกันวินาศภัยหมดพอดี
ดังนั้น กฎหมใหม่ฉบับนี้ จึงเป็นการยืดหยุ่นและผ่อนคลายกฎระเบียบบางอย่างให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนกับการที่บริษัทประกันต้องถูกคำสั่งปิดกิจการไป
เพราะยังไม่มีใครรับประกันได้ 100% ว่าในอนาคตจะไม่มีบริษัทประกันรายไหนถูกสั้งปิดกิจการอีก
แม้แต่คณะกรรมการกองทุนประกันวินาศภัยเอง ก็ได้สั่งการให้กองทุนฯเตรียมแผนรองรับไว้ หากมีกรณีรุนแรงถึงขั้นที่บริษัท ส่งเสริมประกันภัย ต้องถูกคำสั่งปิดกิจการไปอีกหนึ่งแห่งว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป เพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
เนื่องจากปัจจุบันสถานะของบริษัทส่งเสริมประกันภัยก็ถูกคำสั่งให้หยุดขายประกันเป็นการชั่วคราวอยู่แล้ว เพียงแต่รอคณะกรรมการคปภ.ชี้ขาดเท่านั้นว่า แผนแก้ปัญหาทางธุรกิจนั้นจะทำให้บริษัทส่งเสริมประกันภัยรอดหรือไม่รอด
ยิ่งกฎหมายใหม่ถูกนำออกมาใช้ได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็ย่อมสร้างความอุ่นใจให้รับผู้เอาประกันได้มากเท่านั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เอาประกันไปตายเอาดาบหน้าเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน







