posttoday
ทองคำป่วนตลาดหุ้น

ทองคำป่วนตลาดหุ้น

17 เมษายน 2556

ทองคำป่วนตลาดหุ้น

ทองคำป่วนตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นไทยและตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไทย ปิดทำการ 5 วันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นทองคำโลกป่วนอย่างหนักหลังจากรัฐบาลไซปรัสประกาศนำทองคำออกมาขายในตลาด ส่งผลให้ราคาทองคำดำดิ่ง โดยราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์ของสหรัฐ วันที่ 15 เม.ย. ขยับลงอีก 140.30 เหรียญสหรัฐ หรือ 9.34% มาปิดที่1,361.10 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ทำให้เมื่อรวมกับวันศุกร์ที่ 12 เม.ย. ราคาทองคำดิ่งลงแล้วกว่า 13%

ประกอบกับในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ประเทศมหาอำนาจทั้งจีนและสหรัฐประกาศตัวเลขเศรษฐกิจช่วงไตรมาสแรกของปีออกมาถือว่าต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ ซ้ำร้ายยังมาเจอเหตุการณ์ระเบิดที่บอสตัน สหรัฐ ในงานวิ่งมาราธอน

ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,527.32 เมื่อวันศุกร์ที่ 12 เม.ย. เพิ่มขึ้น 10.51 จุด จากเมื่อวันก่อนหน้า แต่ประเด็นในตลาดโลกที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ยังกดดันหุ้นไทยและตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างแน่นอน พิจารณาจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในวงการตลาดทุน

หวั่นทองฉุดหุ้น

สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดตลาดหุ้นวันที่ 17 เม.ย. คาดว่าดัชนีหุ้นคงปรับตัวลดลงตามข่าวร้ายทั้งเหตุระเบิดที่สหรัฐ ตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาไม่ดี และที่กังวลที่สุดคือ ราคาทองคำที่ลดลงอย่างหนักจะทำให้นักลงทุนขายหุ้นเพื่อนำเงินมาโปะขาดทุนโกลด์ฟิวเจอร์สที่ถูกบังคับขาย

บังคับขายโกลด์ฟิวเจอร์ส

นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ราคาทองคำที่ลดลงมาเหลือ 1,375 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ณ วันที่ 16 เม.ย. เวลา 17.00 น. ส่งผลให้ขาดทุน 2,500 บาทต่อ 1 บาททองคำ ดังนั้นสัญญาทองคำขนาด 50 บาท จะทำให้มีผลขาดทุน 1.25 แสนบาท/1 สัญญา เมื่อหักกับเงินประกันที่วางอยู่ 5.8 หมื่นบาท เท่ากับว่านักลงทุนจะต้องนำเงินมาเพิ่มจำนวน 6.7 หมื่นบาท/สัญญา ทั้งนี้ผลขาดทุนที่แท้จริงจะเกิดขึ้น ณ ราคาทองคำในช่วงเวลา 09.30 น. ของวันที่ 17 เม.ย.

ปัจจุบันมีลูกค้าที่ต้องลองหรือซื้อสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าไว้ประมาณ 2,500 บัญชี กว่า 1 หมื่นสัญญา ในจำนวนนี้เป็นสัญญาซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สน้ำหนัก 10 บาท 1.4 หมื่นสัญญา และน้ำหนัก 50บาท 8,000 กว่าสัญญา

จากการสอบถามโบรกเกอร์ทองคำพบว่าลูกค้ารายใหญ่ส่วนใหญ่มีฐานะดีและรู้สถานะตัวเอง โดยมีทองคำอยู่ในมือ

แนะนำรอดูสถานการณ์

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยน่าจะปรับตัวลดลง หลังจากช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวลดลง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของทั้งจีนและสหรัฐที่ประกาศออกมาไม่ดีทำให้นักลงทุนกังวล

ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนรอและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดสำหรับราคาทองคำที่ดิ่งแรง เพราะนักลงทุนกลัวว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีการเทขายทองคำตามหลังจากรัฐบาลไซปรัสประกาศขายทองคำออกมา

ทยอยซื้อกองทุนทองคำ

นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดในเมืองบอสตันของสหรัฐมากนัก เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในวงจำกัดและไม่ได้ร้ายแรงเหมือนเหตุการณ์ 911 ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่

“หุ้นสหรัฐที่ลงแรงเพราะขึ้นมาหลายวัน พอเกิดเหตุนักลงทุนก็ใช้โอกาสขายทำกำไร และข่าวที่เกิดขึ้นอาจทำให้บรรยากาศตลาดหุ้นไทยเสียไปบ้าง แต่ถ้าดูจากตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ก็ปรับตัวลงในช่วงเช้าและดีดขึ้นได้ในช่วงบ่าย และบางตลาดก็ปิดบวก” นายชาคริต กล่าว

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อเก็งกำไรยังไม่แนะนำให้นักลงทุนรีบเข้าซื้อ เนื่องจากยังมีปัจจัยลบกดดันราคาทองอยู่ ควรรอดูสักระยะ

ปัจจุบันนักลงทุนลงทุนในกองทุนทองคำไม่มากนัก เนื่องจากทราบกันดีว่าสินค้าโภคภัณฑ์ไม่น่าสนใจในปีนี้ หากนักลงทุนมีการลงทุนในทองก็เป็นส่วนน้อยของพอร์ตทั้งหมด

“ไม่คิดว่าลูกค้าจะตื่นตระหนกกับข่าวแล้วมาขายกองทุนทองคำ เพราะราคาลงมามากแล้ว ในทางกลับกันอาจทยอยซื้อเพิ่มได้” นายชาคริต กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค