posttoday
ยันไม่มี‘แคร์รีเทรด’

ยันไม่มี‘แคร์รีเทรด’

17 เมษายน 2556

ธปท.ยันต่างชาติไม่เก็งกำไรดอกเบี้ยกลัวความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ธปท.ยันต่างชาติไม่เก็งกำไรดอกเบี้ยกลัวความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ธปท.ยันต่างชาติไม่ขนเงินเข้ามาแคร์รีเทรด เพราะกลัวความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยสูงกว่าต่างประเทศ เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น แต่เท่าที่ตรวจสอบ ธปท. ยังไม่พบการกู้ดอกเบี้ยต่ำในต่างประเทศ แล้วมาหาผลตอบแทนสูงในไทย (แคร์รีเทรด) ในลักษณะการกู้นอกประเทศมาหาอัตราดอกเบี้ยต่ำมาหาผลตอบแทนสูงในประเทศไทยหรืออาบิทาจ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยลอยตัวแบบมีการบริหารจัดการ ทำให้มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะได้กำไรดอกเบี้ยแต่ต้องรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะหาผลตอบแทนแบบนี้

ไม่ได้คงที่ค่าเงินหรือมีการสู้ค่าเงินบาท ให้อยู่ที่ระดับ 3132 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนกระทั่งต่างชาติสามารถมาเก็งกำไรจากส่วนนี้ได้ เพราจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าการกู้ของนักลงทุนที่มีถิ่นนอกประเทศไม่ได้นิยมทำแคร์รีเทรด แม้ดอกเบี้ยไทยจะสูง และเงินบาทจะแข็งค่าในบางช่วง แต่ก็ไม่แน่นอนว่าจะเคลื่อนไหวในทิศทางใด ฉะนั้นหากจะทำแคร์รีเทรด ไม่ว่าจะคืนเงินที่นำมาทำแคร์รีเทรดเป็นเงินเยนหรือเหรียญสหรัฐ พบว่าไม่ได้มีต้นทุนที่ได้เปรียบการกู้ยืมในประเทศไม่คุ้มทุน เพราะไม่แน่ว่าเงินบาทจะกลับมาอ่อน 2 ทิศทางหรือไม่

“เศรษฐกิจไทยไม่ได้ฝืดหรือมีการแทรกแซงค่าเงินจนทำให้นักลงทุนต่างชาติรู้สึกว่า เราสู้แล้วเขาเข้ามาเก็งกำไรได้ เพราะถ้าอัตราแลกเปลี่ยนยืดหยุ่นที่เราใช้ ก็ทำให้ไม่แน่ว่าเวลาจะคืนจะมีกำไรหรือไม่ เพราะตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า (สวอป) ธปท. ไม่ได้ไปแทรกแซงอยู่แล้ว ยกเว้นว่า ธปท. จะไปยันบาทเอาไว้ที่ระดับ 3031 หรือ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อันนี้อาจจะมีปัญหาทำให้เขาทำแคร์รีเทรดหรือเก็งกำไรมากขึ้นได้ แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างนั้น” นายประสาร กล่าว

นอกจากนี้ นายประสาร กล่าวถึงแนวทางผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในการบรรเทาผลกระทบเงินบาทแข็งค่า ตามแนวนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงความเป็นห่วงผลเอสเอ็มอีจากเงินบาทแข็งค่าว่า แนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า ธปท. ได้ติดต่อกับธนาคารพาณิชย์แล้ว 23 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา เพื่อขอให้ช่วยเหลือ มีหลายธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์มารองรับส่วนนี้แล้ว เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น ซึ่ง ธปท. ก็บอกให้บริการเต็มที่ คือ 1.ขอให้ความรู้กับเอสเอ็มอีในเรื่องการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนบ้าง 2.ถ้าเอสเอ็มอีอยากทำการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (เฮดจิ้ง) ในวงเงินที่น้อยลง ให้เอสเอ็มอีสามารถทำได้ คือลดวงเงินการทำเฮดจิ้งลง เพราะเป็นเอสเอ็มอีแบงก็ควรมีผลิตภัณฑ์ขนาดที่เอสเอ็มอีทำได้ เพราะถ้าเป็นการเฮดจิ้งใหญ่ๆก็ทำไหว ขนาดการเฮดจิ้งก็ควรเป็นขนาดเล็กๆได้ด้วย และ

3.การทำเฮดจิ้งที่จะไปกินวงเงินเครดิต ธนาคารก็ควรไม่ให้ไปกินวงเงินเครดิตของเอสเอ็มอี ให้ใช้วิธีคิดวงเงินที่ทำความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนต่างหาก ซึ่งทางธนาคารพาณิชย์ก็รับปากแล้ว และ 4.ธปท.จะอำนวยความสะดวกภาคส่งออกหรือเอสเอ็มอีถ้าได้เงินตราต่างประเทศมาจากการค้าขาย ก็สามารถฝากในบัญชีเงินตราต่างประเทศ (เอฟซีดี) ได้ ซึ่งธนาคารพาณิชย์เปิดให้ฝากโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็นการโอน หรือฝาก เพราะ ธปท. ได้ขอให้อย่าเพิ่งคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ในช่วงนี้ก่อน โดยทางธนาคารพาณิชย์ก็รับปากจะดูแลให้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน