
หนุนครอบครัวไทยปรับตัวรับต่างชาติ
สมาคมครอบครัวศึกษาฯ แนะครอบครัวไทยเร่งเรียนรู้สังคมวัฒนธรรมเพื่อนบ้านรับต่างชาติไหลเข้า
สมาคมครอบครัวศึกษาฯ แนะครอบครัวไทยเร่งเรียนรู้สังคมวัฒนธรรมเพื่อนบ้านรับต่างชาติไหลเข้า
นางพรรณพิมล วิปุลากร เลขาธิการ สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน มีแนวโน้มที่ครอบครัวต่างชาติจะไหลเข้ามาอาศัยในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากเข้ามาประกอบธุรกิจ ทำให้ต้องเร่งปรับตัวศึกษาสภาพสังคมและวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะมีโอกาสที่ครอบครัวจะมีเพื่อนบ้านเป็นคนต่างชาติมากขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อนบ้านชาวอาเซียนส่วนใหญ่มีสภาพสังคมในครอบครัวคล้ายคลึงกับไทย ต่างกันเพียงเรื่องวัฒนธรรมทางศาสนาเท่านั้น
นอกจากนี้ ลักษณะครอบครัวของอาเซียนขณะนี้พบว่า ขนาดของครอบครัวเล็กลงและเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าเป็นห่วงมาก เพราะส่งผลต่อการดูแลสังคมและครอบครัวในอนาคต
“สถานการณ์การมีบุตรของคนไทยเป็นเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิดและต้องหามาตรการกระตุ้นการมีบุตรให้มากขึ้น หากปล่อยไว้นานจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ จะทำให้แก้ไขสถานการณ์ได้ลำบาก” นางพรรณพิมล กล่าว
ทั้งนี้ การกระตุ้นให้ครอบครัวมีบุตร สามารถทำได้หลายวิธีผ่านการช่วยเหลือหลังคลอดบุตร เช่น การออกมาตรการทางภาษี ให้สิทธิลดหย่อนเพิ่มขึ้นแก่ครอบครัวที่มีบุตรมาก การออกเงินช่วยเหลือเลี้ยงดูบุตร ตลอดจนการให้สิทธิพ่อหรือแม่สามารถลาหยุดงานยาวเพื่อเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดได้ เป็นต้น
ขณะที่ปัญหาการเกิดคุณแม่วัยใสนั้น ยังพิจารณาได้ยากว่าภาพรวมทั้งอาเซียนมีปัญหามากน้อยเพียงใด เพราะวัฒนธรรมบางประเทศ เช่น เมียนมาร์และลาว นิยมแต่งงานเร็ว การมีบุตรจึงเร็วตามไปด้วย แต่หากนับจำนวนผู้หญิงที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 15-20 ปี เชื่อว่าไทยยังมีมากกว่าประเทศอื่น
ปัญหาดังกล่าวต้องการความช่วยเหลือจากครอบครัวทั้งสองฝ่ายให้ยอมรับ และเปิดโอกาสให้เด็กได้กลับเข้าสู่สังคมได้







