
ค้าปลีกหันหัวรบบุกภูธรชิงทำเลทองเจาะเบื่อนบ้าน
หลังจากทำเลที่มีศักยภาพในเมืองกรุงหายากขึ้นทุกวัน อีกทั้งผู้บริโภคในต่างจังหวัดเริ่มมีกำลังซื้อที่ดี และบางจังหวัดมีกำลังซื้อเหมือนกับผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเริ่มเล็งทำเลทองในต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งจังหวัดหัวเมืองหลัก หัวเมืองรอง ตามด้วยเมืองขนาดเล็ก
หลังจากทำเลที่มีศักยภาพในเมืองกรุงหายากขึ้นทุกวัน อีกทั้งผู้บริโภคในต่างจังหวัดเริ่มมีกำลังซื้อที่ดี และบางจังหวัดมีกำลังซื้อเหมือนกับผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเริ่มเล็งทำเลทองในต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งจังหวัดหัวเมืองหลัก หัวเมืองรอง ตามด้วยเมืองขนาดเล็ก
ขณะเดียวกันจังหวัดที่อยู่ใกล้กับแนวชายแดน ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจ เพราะสามารถขยายฐานลูกค้าไกลออกไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในอีก 2 ปี ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียนของเม็ดเงินและนักท่องเที่ยว 10 ประเทศอาเซียน
สำหรับจังหวัดที่มีความคึกคักมากสุดกับการเข้ามาช็อปปิ้งของกลุ่มลูกค้าชาวลาว คือ จ.อุดรธานี หลังจากโครงการศูนย์การค้า ยูดีทาวน์ ของบริษัท อุดรพลาซ่า เกิดขึ้น 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ จ.อุดรธานี คึกคักมากขึ้น จากพฤติกรรมของคนอุดรธานี นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน จึงทำให้ร้านอาหารแต่ละร้านขายดิบขายดีและส่งผลให้เจ้าตลาดรายเดิมอย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล ต้องทุ่มงบสูงถึง 5,500 ล้านบาท ปรับปรุงโฉมใหม่ ทั้งศูนย์การค้าและโรงแรมให้ทันสมัยและครบวงจรมากขึ้น เพื่อชิงลูกค้าคืนมา
ทั้งนี้ หลังจากเห็นแนวโน้มที่ดีของตลาดค้าปลีกต่างจังหวัด ส่งผลให้ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัล เร่งเครื่องยึดทำเลทองในต่างจังหวัดเพิ่ม จากเดิมที่เน้นขยายสาขาในจังหวัดใหญ่ โดยเข้ายึดทำเลจังหวัดรองและจังหวัดเล็ก รวมถึงจังหวัดใกล้แนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงราย ลำปาง ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี หรือหาดใหญ่ ซึ่งแต่ละจังหวัดล้วนมีความหมายทางธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย
ยกตัวอย่างเช่นสาขา จ.เชียงราย ที่นอกจากจะเจาะกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ยังมุ่งหวังที่จะเข้าถึงลูกค้าจากประเทศลาว เมียนมาร์ และจีนตอนใต้ ขณะที่สาขา จ.อุดรธานี และอุบลราชธานี จะขยายฐานลูกค้าไปถึงประเทศลาว และสาขาหาดใหญ่ จะขยายฐานลูกค้าไปถึงมาเลเซีย
ทิศทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวถือเป็นแนวทางเดียวกับห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ที่มุ่งยึดทำเลต่างจังหวัดเช่นกัน โดย 5 ปีนับจากนี้ โรบินสันมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ปีละไม่ต่ำกว่า 5 สาขา ด้วยงบลงทุนปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท
ปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ของแผนดำเนินงานดังกล่าว ซึ่งปีนี้จะเปิดสาขาใหม่ 5 สาขา เช่น จ.กาญจนบุรี อุบลราชธานี สกลนคร สุรินทร์ และสระบุรี
ปัจจัยที่ทำให้ห้างสรรพสินค้าโรบินสันหันมายึดตลาดภูธร เนื่องจากการขยายสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดมากเกินไป เพราะกรุงเทพฯไม่ใช่ประเทศ แม้จะรวมไปถึง ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ก็ตาม แต่หากขยายไปในตลาดต่างจังหวัด นั่นหมายถึงทั่วประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเข้าไปเปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสันแล้ว 2-3 จังหวัด คาดว่าภายในปี 2559 จะเปิดครบ 40 จังหวัด
อีกหนึ่งธุรกิจที่เดินตามแนวทางนโยบายของบริษัทแม่อย่างเซ็นทรัล กรุ๊ป คือ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์,ท็อปส์มาร์เก็ต,ท็อปส์ ซูเปอร์ และท็อปส์เดลี่ ในปีนี้ก็มีแผนที่จะบุกตลาดต่างจังหวัดอย่างจริงจัง โดย 12-15 สาขา ขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ และท็อปส์ มาร์เก็ต จะเน้นเปิดในตลาดต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่สาขาขนาดเล็กอย่างท็อปส์เดลี่ที่จะสาขาใหม่อีก 129 สาขา จะมีทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
นอกจากนี้ ในส่วนของดิสเคาต์สโตร์อย่างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และเทสโก้ โลตัส ก็มีแผนบุกภูธรเช่นกัน
เริ่มจากบิ๊กซี ปีนี้มีแผนจะใช้งบ 7,000-8,000 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ 219 สาขา แบ่งเป็นรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 13 สาขา มินิบิ๊กซี 150 สาขา และร้านเพียวในห้างบิ๊กซี 50 สาขา รวมทั้งมีแผนสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่อีก 2 แห่ง ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ จากปัจจุบันมีศูนย์กระจายสินค้า 4 สาขา คือ วังน้อย บางปะอิน บางบัวทอง และบางใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของปัญหาน้ำท่วม
ขณะเดียวกันถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการขยายตัวของรูปแบบมินิบิ๊กซี ซึ่งจะเร่งขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น เพราะใช้พื้นที่น้อยเพียง 350 ตร.ม. จึงทำให้ขยายตัวได้เร็วกว่าร้านรูปแบบอื่นๆ
ประพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองประธานผู้บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า จะเน้นการขยายสาขาใหม่ไปยังต่างจังหวัด เพราะทำเลในกรุงเทพฯ หายาก และต่างจังหวัดก็ยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่และจังหวัดใกล้แนวชายแดน เพื่อขยายฐานไปยังลูกค้าประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่ห้างเทสโก้ โลตัส ก็มีจำนวนสาขาหลากหลายรูปแบบ ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต เอ็กซ์ตร้า ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ คุ้มค่า ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดโลตัส ที่มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการรวมกว่า 200 สาขา และสาขาขนาดเล็กอย่างเอ็กซ์เพรสอีก 1,000 สาขา ทำให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแล้วหลายสิบจังหวัด







