
ทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบงก์กิงให้ปลอดภัย
ในระยะนี้มีข่าวลูกค้าหลายธนาคารถูกกลุ่มมิจฉาชีพทำการคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็ม (ATM Skimming) และโจรกรรมรหัสของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลไปทำบัตรปลอมแล้วนำไปถอนเงินออกจากบัญชี
ในระยะนี้มีข่าวลูกค้าหลายธนาคารถูกกลุ่มมิจฉาชีพทำการคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็ม (ATM Skimming) และโจรกรรมรหัสของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลไปทำบัตรปลอมแล้วนำไปถอนเงินออกจากบัญชี
ปัญหานี้เป็นภัยคุกคามธนาคารต่างๆ ทั่วโลก ทางสมาคมธนาคารไทย ได้มีมาตรการต่างๆ ที่พยายามต่อสู้กับปัญหานี้มาหลายปี เริ่มตั้งแต่การกำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องเอทีเอ็มติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการติดอุปกรณ์ Skimmer ของกลุ่มมิจฉาชีพ และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ รวมทั้งมีกระบวนในการตรวจสอบเครื่องเอทีเอ็มของทุกธนาคารอยู่เป็นประจำ และรายงานความผิดปกติให้ธนาคารเจ้าของเครื่องรับทราบทันที
นอกจากนี้ มีการร่วมมือกับทุกธนาคารในการเตือนภัยกรณีตรวจพบเครื่อง Skimmer ของคนร้าย และอายัดบัตรของลูกค้าของทุกธนาคารที่สงสัยว่าอาจจะถูกคัดลอกข้อมูล รวมทั้งร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับมิจฉาชีพได้หลายครั้งในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา
ลูกค้าธนาคารอาจยังสงสัยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะป้องกันภัยดังกล่าวได้ ธนาคารกสิกรไทยจึงได้ทำสรุปข้อมูลเป็นแนวทางให้ลูกค้าปฏิบัติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น และทราบถึงแนวทางในการดำเนินการหากประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ดังนี้
1.การทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
1.1 การดำเนินการของมิจฉาชีพ
การคัดลอกข้อมูลบนบัตรเอทีเอ็ม (ATM Skimming) คือ การที่พวกมิจฉาชีพคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็มของลูกค้า โดยจะทำการติดตั้งเครื่อง Skimmer ที่เครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับเครื่องเอทีเอ็มของทุกธนาคาร โดยสามารถคัดลอกข้อมูลบัตร และได้มาซึ่งรหัสบัตรเอทีเอ็มของลูกค้า หลังจากนั้นพวกมิจฉาชีพจะนำข้อมูลในบัตรเอทีเอ็มที่ได้มาใส่ในบัตรเอทีเอ็มที่ไม่มีข้อมูล (White Card) และนำ White Card ไปกดเงินที่เครื่องเอทีเอ็มตามสถานที่ต่างๆ ประเภทของการคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็มแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
l Handle Skimming คือ การที่พวกมิจฉาชีพติดตั้งอุปกรณ์ไปคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็ม เช่น หลอกลวงให้ลูกค้าส่งมอบบัตรที่หน้าเครื่องเอทีเอ็มพร้อมกับหลอกถามข้อมูลรหัสของบัตรจากลูกค้า
l การติด Skimmer ที่เครื่องเอทีเอ็มโดยพวกมิจฉาชีพจะติดอุปกรณ์คัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กที่ช่องรับบัตรของเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งจะสามารถแอบคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กในจังหวะที่ลูกค้าเสียบบัตรเพื่อทำรายการ และแอบขโมยรหัส PIN เวลาลูกค้ากดรหัส โดยอาจจะใช้กล้องรูเข็มเพื่อแอบบันทึกภาพ หรือทำแป้นพิมพ์ปลอมมาครอบแป้นพิมพ์จริง เพื่อบันทึกรหัสที่ลูกค้ากดขณะทำรายการ
ถึงแม้เครื่อง Anti Skimmer รุ่นแรกของผู้ผลิตเครื่องเอทีเอ็มจะสามารถป้องกันการติดตั้งเครื่อง Skimmer ของมิจฉาชีพได้ แต่ในช่วงประมาณ 23 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่ปลายปี 2555 คนร้ายได้พัฒนาอุปกรณ์ Skimmer รุ่นใหม่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเดิม และสามารถทำงานต้านกับอุปกรณ์ Anti Skimmer ที่ธนาคารต่างๆ ติดตั้งไว้ได้ จึงทำการคัดลอกข้อมูลบัตรของลูกค้าจำนวนหนึ่งได้สำเร็จ และเล็ดลอดจากการตรวจสอบได้
ปัจจุบันธนาคารได้เร่งให้ผู้ผลิตเครื่องเอทีเอ็มพัฒนาอุปกรณ์ Anti Skimmer รุ่นใหม่ ที่จะสามารถป้องกันการติดตั้งอุปกรณ์ Skimmer รุ่นใหม่ของคนร้ายได้ และได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
การป้องกัน และข้อควรระวัง ในส่วนของลูกค้าควรปฏิบัติดังนี้
lสังเกตความผิดปกติของช่องเสียบบัตรของเครื่องเอทีเอ็มที่ใช้บริการ หากพบความผิดปกติ ห้ามเสียบบัตรเข้าไป และให้รีบแจ้งธนาคารเจ้าของเครื่องโดยด่วน
l สังเกตความผิดปกติของแป้นพิมพ์ เช่น อาจจะดูหนากว่าปกติ เป็นต้น หากพบความผิดปกติ ห้ามเสียบบัตร และห้ามกดรหัส
l ระหว่างการใช้เครื่องเอทีเอ็มควรยืนประชิดกับตัวเครื่อง และใช้มือบังป้องแผงคีย์บอร์ดในขณะที่ใส่รหัสบัตร เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็น และป้องกันการบันทึกภาพในกรณีที่คนร้ายแอบติดตั้งกล้องรูเข็ม
l ห้ามมอบบัตรพร้อมรหัสให้บุคคลอื่นไปทำรายการแทน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงาน หากมีความจำเป็นจริงๆ จะต้องรีบเปลี่ยนรหัสทันทีที่ได้บัตรคืนมา
l ในระหว่างที่ใช้เครื่องเอทีเอ็มให้ระมัดระวังคนแปลกหน้าที่อาจจะเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือ หรือทำเป็นขอความช่วยเหลือในขณะที่กำลังใช้เครื่องเอทีเอ็ม เช่น กรณีบัตรติด หรือมีปัญหาการทำรายการต่างๆ รวมทั้งระมัดระวังบุคคลที่เข้ามาเบี่ยงเบนความสนใจในขณะที่ยืนรออยู่ที่บริเวณเครื่อง ทั้งนี้เพราะมิจฉาชีพอาจจะมีเครื่อง Skimmer ที่พกพาอยู่ในตัว สามารถคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็กในจังหวะที่ท่านเผลอ รวมทั้งหลอกให้ท่านกดรหัสเพื่อพยายามทำรายการ โดยคนร้ายจะจดจำรหัสไปใช้งาน
กรณีที่ลูกค้าสงสัยว่าถูกทำการคัดลอกข้อมูลบัตรและโดนนำบัตรไปกดเงิน
ให้ลูกค้าแจ้งธนาคารผู้ออกบัตรในทันทีเพื่อทำการอายัดบัตร โดยธนาคารจะทำการวิเคราะห์พร้อมตรวจสอบข้อมูลทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย และจะขยายผลการตรวจสอบไปยังลูกค้ารายอื่นที่มาใช้บริการที่เครื่องเอทีเอ็มที่ถูกติดตั้งอุปกรณ์ Skimmer
สำหรับหลักการเรื่องความรับผิดชอบต่อความเสียหาย จะยึดหลักปฏิบัติของทุกธนาคารในปัจจุบัน หากพบว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากการติดตั้งอุปกรณ์ Skimmer ของคนร้ายที่เครื่องเอทีเอ็ม ไม่ว่าจะเป็นของธนาคารใดก็ตาม จะถือว่าไม่ได้เป็นความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของลูกค้าผู้ถือบัตร ธนาคารผู้ออกบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น และลูกค้าสามารถติดต่อทำบัตรใหม่ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย







