
SCBLT3ลดหุ้นจิ๋ว
หนีวิกฤตศก.ทำบริษัทเล็กฟื้นตัวช้า เสนอขายกองพันธบัตรรัฐบาลวันนี้
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.ไทยพาณิชย์ปรับนโยบายกองทุนไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวเอ็ม เอ ไอ หลังวิกฤตเศรษฐกิจโลกฉุดบริษัทขนาดเล็กฟื้นช้า โยกลงทุนหุ้น SET100 มากขึ้น ลดหุ้นจิ๋วเอ็ม เอ ไอ ลงนายวิชชุ จันทาทับ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว เอ็ม เอ ไอ (SCBLT3) ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา จากเดิมเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก รวมถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) มาเน้นลงทุนหุ้นที่อยู่ใน SET100 และลดสัดส่วนถือหุ้นใน เอ็ม เอ ไอ เหลือไม่ถึง 10% จากเดิมถือ 30% ของพอร์ต
ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะทยอยลดสัดส่วนการลงทุนลงอีก แต่หากหุ้นตัวไหนมีปัจจัยพื้นฐานดีและแนวโน้มเติบโตสูงก็อาจยังถือเอาไว้
นอกจากนี้ ผลจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมาทำให้บริษัทขนาดกลางและเล็กใช้เวลาในการฟื้นตัวมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้หุ้นขนาดเล็กและหุ้นใน เอ็ม เอ ไอ ปรับตัวขึ้นน้อยมาก ทำให้บริษัทจึงต้องปรับแผนและเริ่มศึกษารูปแบบการลงทุนตั้งแต่เดือน ก.ย. 2552
“
เวลาที่กองทุนจะซื้อหุ้นขนาดกลางและเล็กก็ซื้อยาก เพราะจะได้จำนวนที่ต้องการก็ทำให้สัดส่วนถือหุ้นสูง ขณะที่ทุนบริษัทเหล่านี้ไม่มาก ก็ทำให้ไม่คล่องตัว เวลาจะขายก็ขายยาก เพราะสภาพคล่องของหุ้นน้อย” นายวิชชุ กล่าวสำหรับปี 2552 ผลการดำเนินงานของกองทุน SCBLT3 อยู่ที่ 30% ซึ่งน้อยกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเพิ่มขึ้น 57% แต่หลังจากปรับนโยบายการลงทุนใหม่พบว่า จากต้นปีจนถึงวันที่ 1 เม.ย. 2553 กองทุนมีผลตอบแทน 15% มากกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ซึ่งอยู่ที่ 9%
นายวิชชุ กล่าวว่า การปรับนโยบายการลงทุนไม่ทำให้ซ้ำซ้อนกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ของ บลจ.ไทยพาณิชย์อีก 5 กองทุน เนื่องจากนโยบายแตกต่างกัน โดยกองทุนเนื่องจากกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว พลัส (SCBLT2) จะเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ 25 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน SET50 โดยกองทุน SCBLT1 จะลงทุนหุ้นประมาณ 70% และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล ขณะที่กองทุน SCBLT2 ไม่ปันผลและลงทุนหุ้นทั้ง 100% SCBLT3 จะมีนโยบายลงทุนคล้ายกับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) เพียงแต่ไม่จ่ายเงินปันผล ขณะที่หุ้นในพอร์ต SCBLT3 จะเน้นลงทุนหุ้น SET100 โดยเน้นหุ้นในลำดับที่ 51100 ครึ่งหนึ่ง และที่เหลือเป็นหุ้นใน SET50 และมีหุ้นเอ็ม เอ ไอ อีก 10%
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวสมาร์ท (SCBLTS) จะใช้อนุพันธ์ช่วยในการบริหารการลงทุน ส่วนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) จะลงทุนในหุ้นไทย 70% และอีก 30% สามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ ซึ่งในปีนี้คงจะเริ่มเพิ่มน้ำหนักไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เช่น ยุโรป จีนและตลาดหุ้นเกิดใหม่ จากปัจจุบันมีสัดส่วนลงทุนลงทุนในต่างประเทศเล็กน้อย โดยทั้ง 2 กองทุนมีนโยบายจ่ายปันผล
อยเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าลงทุนต่อเนื่อง ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น คาดว่าหุ้นมีโอกาสขึ้นต่อได้ เพราะปัจจุบันซื้อขายอยู่บนสมมติฐานที่นักวิเคราะห์ยังไม่ปรับประมาณการกำไร หากปรับขึ้นก็ยิ่งหนุนหุ้น
จากประเมินกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ 66 บาทในปีนี้ หากเทียบอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ของไทยที่ 13 เท่า ดัชนีจะอยู่ที่ 858 จุด และ 14 เท่าอยู่ที่ 920 จุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่ระดับพีอีนี้หุ้นไม่สามารถยืนได้
“
ตอนนี้หุ้นขึ้นแรงจนถึง 800 จุด อาจทำให้มีแรงขายทำกำไรเพื่อพักฐานบ้าง โดยมองแนวรับที่ 760 และ 750 จุด” นายวิชชุ กล่าวนอกจากนี้ประเมินว่าหุ้นในพอร์ตที่กองทุนถืออยู่นั้นยังมีส่วนต่างที่ยังปรับตัวขึ้นได้อีกบนสมมติฐานที่นักวิเคราะห์ยังไม่ได้ปรับประมาณกำไรบริษัทจดทะเบียนใหม่ แต่หากปรับขึ้นยิ่งสนับสนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวได้มากขึ้น
สำหรับหุ้นกลุ่มที่ยังน่าสนใจลงทุน คือ พลังงานจากความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากเศรษฐกิจโลกขยายตัว รวมถึงกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ ส่วนกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ความน่าสนใจเริ่มลดลงแล้ว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มเทเลคอมยังต้องรอความชัดเจนเรื่องของสัญญาสัมปทานมือถือของภาครัฐว่าจะปรับเปลี่ยนหรือใหม่ รวมทั้งต้องรอจนกว่าจะมี 3G เกิดขึ้นจึงจะทำให้หุ้นน่าสนใจ แต่โอกาสลงมากๆ ของหุ้นในปัจจุบันมองว่ามีน้อยแล้ว
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมบุกตลาดกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล โดยจะออกเป็นซีรีส์อายุโครงการประมาณ 4 เดือน ซึ่งจะเปิดขายพร้อมกัน 2 กองทุน มูลค่ารวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล 4M1S และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาลระหว่างวันที่ 816 เม.ย.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
กองทุนจะลงทุนในตั๋วเงินคลังที่รัฐบาลค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยในสัดส่วน 95% ที่เหลือลงทุนในเงินฝากประจำของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิประมาณ 1.10% ต่อปี
นอกจากนี้ช่วงเดียวกัน บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล 12M30 อายุโครงการประมาณ 12 เดือน มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลังที่รัฐบาลค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยในสัดส่วน 95% ที่เหลือลงทุนในเงินฝากประจำของธนาคารไทยพาณิชย์ คาดให้ผลตอบแทนสุทธิประมาณ 1.30% ต่อปี







