posttoday
แกว่งขึ้นแต่ยังจะผันผวนก่อนวันหยุดยาว...นักลงทุนในประเทศอาจออกมาดูสถานการณ์

แกว่งขึ้นแต่ยังจะผันผวนก่อนวันหยุดยาว...นักลงทุนในประเทศอาจออกมาดูสถานการณ์

08 เมษายน 2553

.....พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

 

ภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงแกว่งตัวขึ้น แม้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองยังคงมีเข้ามาเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติ (ที่รอบนี้เป็นผู้นำซื้อและส่งผลให้ตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง) มีความกังวลตามสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวายในปัจจุบัน ส่วนปัจจัยต่างประเทศค่อนข้างดี สถาบันการจัดการด้านอุปทานรายงานตัวเลขภาคบริการเดือน มี.ค. ออกมาดี สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีผลต่อแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจโดยรวมค่อนข้างมาก ส่วนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐออกมาดี สวนทางกับการจ้างงานภาคเอกชนที่ออกมาก่อนแต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก ส่งผลให้ยังคงมีเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณถึงความกล้าเสี่ยงของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น ในส่วนสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี โดยราคาน้ำมันทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 20 เดือน ส่วนราคาทองคำปรับตัวขึ้นพ้นจุดสังเกตหลักบริเวณ 1,133 เหรียญสหรัฐได้

แนวโน้มการจัดสรรเงินลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ยังคงเน้นไปที่สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และนักลงทุนกล้าเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังดีและยังไม่มีแนวโน้มในการดึงสภาพคล่องออกจากรายงานผลการประชุม FOMC ครั้งล่าสุด ในขณะที่ปัญหาการชำระหนี้ ในยุโรปยังไม่แพร่กระจาย ราคาสินทรัพย์ที่ทางการเงินอย่างหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับความสนใจและปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่าสินทรัพย์ทางการเงินที่กล่าวมาข้างต้นยังคงสามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยตลาดหุ้นในเอเชียยังคงน่าดึงดูด จากแนวโน้มค่าเงินที่จะแข็งค่าเร็วกว่าภาคส่วนอื่นของโลก อัตราดอกเบี้ยเอเชียจะปรับตัวขึ้นก่อน และดึงเม็ดเงินลงทุนจากส่วนอื่นของโลกไหลเข้า ในขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และเป็นสินทรัพย์ที่ปกป้องเงินเฟ้อได้ (แม้ว่าจะเป็นเงินเฟ้อที่เกิดจากฐานต่ำ และยังไม่ยั่งยืนจาก Output Gap ที่ยังกว้างอยู่ และมีภาวะเฟ้อสูงในสินทรัพย์ทางการเงินก็ตาม)

จากแนวโน้มใหญ่ที่ยังคงส่งเสริมให้ตลาดหุ้นในเอเชียและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น ตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดหุ้นหนึ่งที่ได้รับประโยชน์โดยตรง เนื่องจากสัดส่วนของมูลค่าตลาดหุ้นกลุ่มพลังงานต่อมูลค่าตลาดอยู่ในระดับสูงคิดเป็น 30% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด เราคาดว่าหากทางฝั่งสหรัฐหรือยุโรปยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย เรายังไม่เห็นแนวโน้มการไหลกลับของเงินทุนเข้าสู่ทางฝั่งสหรัฐและยุโรป (เบื้องต้นตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน พ.ย. ในขณะที่ทางฝั่งยุโรปเองการขึ้นดอกเบี้ยคงจะเกิดขึ้นหลังสหรัฐ ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วจะเป็นต้นปี 2011) ทำให้ในช่วงต่อจากนี้ธีมเม็ดเงินไหลเข้าสู่เอเชียยังเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง

ปัจจัยทางด้านการเมือง แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันอาจจะมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความสงบเรียบร้อยของประชาชนได้ แต่ผลกระทบต่อแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ การปรับตัวขึ้นของตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ตราบใดที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงในวงกว้างคาดว่าแรงซื้อสุทธิยังคงเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะใกล้วันหยุดยาวซึ่งอาจจะทำให้นักลงทุนในประเทศส่วนหนึ่งลดสถานะการถือครองหุ้น จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาว และแนวโน้มการเผชิญหน้าของรัฐบาลและผู้ชุมนุมอาจมีเพิ่มมากขึ้น โดยหากรัฐบาลมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจจะทำให้ตลาดตกใจได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุดต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอยู่ที่สามารถจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลได้เหนียวแน่นหรือไม่ และข้าราชการทหาร ตำรวจ ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล? หากทั้งสองปัจจัยนี้ยังคงไม่ไปเปลี่ยนแปลง การกดดันรัฐบาลยังต้องใช้เวลาและทำให้จุดมุ่งหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมยังเป็นไปได้ลำบาก ตลาดหุ้นอาจจะยังได้รับผลกระทบในวงจำกัด แม้ว่าจะผันผวนตามข่าวที่เข้ามากระทบ

จุดเปลี่ยนแนวโน้มของ SET Index เป็นลงในรอบนี้ จะต้องเห็น 2 สัญญาณลบ คือ 1.ค่าเงินบาทเริ่มกลับทิศทางเป็นอ่อนค่า เนื่องจากเงินไหลเข้าในรอบนี้เป็นการเก็งกำไรเรื่องค่าเงินเป็นหลัก โดยการอ่อนค่าดังกล่าวต้องไม่ใช่การอ่อนค่าจากการดูแลค่าเงินบาทของ ธปท. 2.ยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ใน SET Index โดยเรายังคงแนะนำให้ถือหุ้นต่อ โดยเป้าหมายทางเทคนิคในรอบนี้จะมีแนวต้านใหญ่ถัดไปที่บริเวณ 830 จุด ส่วนนักเก็งกำไรอาจจะลดความเสี่ยงโดยการลดสถานะลงในช่วงก่อนวันหยุดยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค