posttoday
หุ้นไม่ตกใจฉุกเฉิน

หุ้นไม่ตกใจฉุกเฉิน

08 เมษายน 2553

 

ตลาดคาดอยู่แล้วหนักสุด780 บิ๊กบจ.ขนหุ้นขายกำเงินสดอุ่นใจ

โพสต์ทูเดย์ — หุ้นไม่เซอร์ไพรส์ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตลาดคาดก่อนหน้าแล้ว หนักสุดลงแตะ 780 จุด หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ด้านบิ๊กบริษัทจดทะเบียนฉวยจังหวะหุ้นขึ้น

นักวิเคราะห์ประสานเสียงว่า นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้ารัฐสภา จะไม่มีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นวันที่ 8 เม.ย.นี้ หากไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บล.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วว่ารัฐบาลจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการสลายการชุมนุม และจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงตามมาหรือไม่ ถ้าหากถ้าไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ก็จะมีการขายทำกำไรออกมาเล็กน้อย เพราะเชื่อว่าเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง

ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องทำ และถ้าเกิดความรุนแรงจะกระทบต่อตลาดมาก

“ถ้าไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นคาด ว่าแนวรับจะอยู่ที่ 800 จุด แนวต้านที่ 820 จุด” นายสุกิจ กล่าว

น.ส.รัชนก ด่านดำรงรักษ์ นักกลยุทธ์การตลาดบุคคล บล.ธนชาต กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ในคาดการณ์ของตลาดอยู่แล้วซึ่งหากเลวร้ายสุดก็มองว่าดัชนีน่าจะลงไปอยู่ที่ระดับ 780 จุด

สำหรับเงินต่างชาติที่ยังเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย อาจเป็นการมองข้ามว่าแม้ระยะสั้นจะเป็นวิกฤตแต่ระยะยาวคือโอกาส เพราะความรุนแรงของการชุมนุมและมาตรการในการดูแล หมายความว่า ปัญหาการเมืองจะถึงจุดจบในเวลาที่รวดเร็วเช่นกัน

“แม้ว่าจะมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อหาทางออกในการยุติปัญหา หรืออาจนำไปสู่การยุบสภาก็ถือว่าการเปลี่ยนแปลงยังอยู่ในระบบประชาธิปไตย ซึ่งเชื่อว่าตลาดยอมรับได้และหากเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง ก็ยังมีโอกาสที่ดัชนีจะขึ้นไปอยู่ที่ 850 จุด”

นายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า เปิดซื้อขายเช้าวันที่ 8 เม.ย. ตลาดอาจตอบรับในทางลบในช่วงสั้น และจะต้องตามตามดูว่าเกิดเหตุปะทะรุนแรงหรือไม่ หากมีอาจทำให้ตลาดกังวลและดัชนีอาจหลุด 800 จุดได้ แต่หากไม่มีอะไรหุ้นคงไปต่อเพราะเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้า และเชื่อว่ารัฐบาลจะคุมสถานการณ์ได้

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บลจ.อยุธยา กล่าวว่า ไม่น่ามีผลเพราะตลาดคาดการณ์อยู่แล้ว ซึ่งหากไม่มีเหตุรุนแรงในการสลายม็อบเชื่อว่าหุ้นจะไปได้ต่อ เพราะถือว่าการเมืองชัดเจนขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นวันที่ 7 เม.ย. ดัชนีผันผวนแรงตามแรงขายทำกำไร ระหว่างวันดัชนีขึ้นไป ระดับ 820.09 จุด แต่กลับมาปิดที่ 812.63 จุด เพิ่มขึ้น 4.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาตา 36,888 ล้านบาท ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิกว่า 2,962 ล้านบาท

ด้านผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนได้อาศัยจังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงตามตลาดโดยรวม ทยอยขายหุ้นในมือ ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. ถึงปัจจุบัน พบว่าผู้บริหารของบริษัท ไทยออยล์ (TOP) คือนายสมชัย วงศ์วัฒศานต์ ขายหุ้นจำนวน 4 หมื่นหุ้น ในราคาเฉลี่ย 52.12 บาท ได้รับเงินจำนวน 2.08 ล้านบาท นางพันธ์ทิพย์ อึ้งผาสุข ขายหุ้นบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) จำนวน 1 หมื่นหุ้น ที่ราคา 100 บาท ได้เงิน 1 ล้านบาท นายประสิทธิ์ พาณิชย์กุล ขายหุ้นศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) จำนวน 4.2 หมื่นหุ้น ที่ราคา 44.21 บาท ได้เงิน 1.85 ล้านบาท

นอกจากนี้ นางดวงดาว ชินธรรมมิตร์ ได้ขายใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSLW1) ซึ่งเพิ่งเข้าซื้อขายเมื่อวันที่ 31 มี.ค. รวมทั้งสิ้น 6 หมื่นหน่วย ที่ราคาเฉลี่ย 3.603.86 บาท ได้เงินรวม 2.22 แสนบาท นายวีระพันธ์ พูลเกษ ขายวอร์แรนต์บริษัท ไทยคอนอินดัสทรี คอนเน็คชั่น (TICON) จำนวน 5 หมื่นหน่วย ที่ราคา 3.30 บาท และนายสมศักดิ์ รัตนวิระกุล ขายหุ้น TICON จำนวน 5,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 11 บาท จะได้รับเงิน 5.5 หมื่นบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค