
ท่องเที่ยวทรุด รัฐไม่ช่วยร่วงแน่
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้อและเริ่มรุนแรงมากขึ้นนั้น ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคงหนีไม่พ้นธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศไทยปีละมหาศาล
แต่หลังจากการก่อตัวของม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมากได้รับผลกระทบ และผลกระทบที่ว่าก็ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก เมื่อมีการเคลื่อนพลมาปิดสี่แยกราชประสงค์ รวมไปถึงการเคลื่อนพลในรูปแบบของดาวกระจายหลายต่อหลายครั้ง
กงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตในช่วง 2 เดือนแรกของปีที่ 28% ลดการเติบโตลงมาหลังการชุมนุมเหลือเพียง 7% เท่านั้น
ทั้งนี้ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นว่ามีเม็ดเงินจากธุรกิจท่องเที่ยวหายไปวันละประมาณ 10.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 140150 ล้านบาท จากเม็ดเงินของธุรกิจท่องเที่ยววันละ 4,000 ล้านบาท ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยประเมินว่าจะเข้ามาถึง 15.6 ล้านคน
“
ต้องบอกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราเสียโอกาสทางการท่องเที่ยวไปมาก ประเมินว่าผลจากความไม่สงบทางการเมือง ทำให้เราสูญเสียนักท่องเที่ยวไปในปี 2551 กว่า 1 ล้านคน คิดเป็นเม็ดเงิน 5 หมื่นล้านบาท และในปี 2552 อีก 2 ล้านคน เสียหายกว่า 1 แสนล้านบาท”ที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวต้องตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายที่ต้องการเรียกร้องและสร้างอำนาจการต่อรองให้กับกลุ่มของตนเองมาโดยตลอด เนื่องจากอุตสาห กรรมด้านการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศและมีความอ่อนไหวสูง จึงเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีของผู้ที่ต้องการต่อรองกับรัฐบาล
“
ธุรกิจท่องเที่ยวเปรียบได้กับเนื้อหอยที่ขาดเปลือกที่เข้มแข็งมาห่อหุ้ม”ต้องสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่าผลกระทบที่เกิดกับธุรกิจท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการในธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ผลกระทบส่งทั่วถึงกันหมด””อรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ของธุรกิจไมซ์ในประเทศไทยว่าได้รับผลกระทบเช่นกัน จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 25% ในปีนี้ หลังจากหดตัวมาในช่วง 2 ปีหลังสุด
แต่หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้มีการเลื่อนการจัดงานในประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 13 งาน ทำให้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 6,200 คนต้องหายไป ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 450500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ผลกระทบดังกล่าวยังส่งผลต่อเนื่องยาวนานถึงการจัดงานในอนาคตที่อาจมีผู้ถอนตัวได้ทุกเมื่อ และส่งผลถึงการเตรียมการที่จะเป็นสถานที่จัดการประชุมโรตารีสากลในปี 2554 ที่จะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3 หมื่นคน รวมไปถึงมีความคิดที่จะเสนอตัวเพื่อจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ด้วยเช่นกัน
“
สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงจะต้องจัดโรดโชว์เพื่อทำความเข้าใจกับประเทศต่าง ๆ รัฐบาลจะต้องใส่งบประมาณเข้ามาเพื่อปลุกกระแสตรนี้อีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ต้องเจรจาในเชิงของเศรษฐกิจให้เห็นว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ใช่เจรจาแต่เชิงการเมืองเพียงอย่างเดียว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องทราบปัญหาที่เกิดขึ้น”ประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย หรือทีเอชเอ บอกว่า ในปีนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นในประเทศไทย ทั้งที่มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง โดยยอดการเติบโตใน 2 เดือนแรกของปี 2553 มีการขยายตัวถึง 22% รวมไปถึงการที่ประเทศไทยออกไปร่วมจัดงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว (ไอทีบี) ก็ได้รับความสนใจมากกว่าบูธของประเทศอื่นๆ
“
ปัญหาการเมืองทำให้สัญญาณทางธุรกิจเริ่มไม่ดีมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่าง 10 โรงแรมที่ราชประสงค์ พบว่ามีความเสียหายเฉลี่ยวันละ 35 ล้านบาท มีการยกเลิกห้องพักวันละ 3040 ห้อง”เขาประเมินว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะเกิดขึ้นนี้ อัตราการเข้าพักของแต่ละโรงแรมจะลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาลูกค้าก็มีการยกเลิกห้องพักมาแล้วบางส่วน ทำให้เหลืออัตราการเข้าพักในช่วงนี้เพียง 2030% เท่านั้นโดยเฉลี่ย และหากปัญหาไม่ได้รับการคลี่คลาย โอกาสที่จะลดลงไปต่ำกว่า 10% ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้
ทั้งนี้ หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ในปีนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น แถมยังมีวาระพิเศษที่สามารถเฉลิมฉลองได้อีกมาก เช่น การครบรอบ 50 ปีของททท. เป็นต้น แถมยังมีโอกาสที่จะต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ที่เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายในการท่องเที่ยวอีกต่างหาก
ด้าน ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกกิตติม ศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน บอกว่า จีนมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศกว่าปีละ 80 ล้านคน แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่อ่อนไหวกับสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นมาก โดยรัฐบาลจีนพร้อมที่จะออกประกาศเตือนประชาชนเพื่อห้ามไม่ให้เดินทางมาในประเทศที่มีแนวโน้มไม่ปลอดภัยทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลควรที่จะเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าได้ต่อไป
“
ผมอยากให้มีการทำข้อมูลด้านธุรกิจท่องเที่ยวแบบละเอียด ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นอย่างไร เข้ามาทางไหน เข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และอยู่กันนานขนาดไหน ซึ่งหากจะเก็บข้อมูลกันจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำให้ชัดเจน ซึ่งข้อมูลพวกนี้มีความสำคัญมากสำหรับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ”และทั้งหมดนี้คือเสียยงเรียกที่แท้จริง จากผู้ประกอบการตัวจริง เสียงจริง ที่เดือดร้อนจริง ๆ และหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด
เพื่อที่ภาคธุรกิจจะได้เดินหน้ากันต่อได้เสียที!!!







