
ออกนอกบ้าน
ตามติดฉบับนี้ ประเดิมด้วยเรื่องราวของสมาชิกอาเซียนที่เนื้อหอมสุดๆ “เมียนมาร์” เพราะนักธุรกิจไทยหมายปองเข้าไปสร้างโอกาสในตลาดนี้กันอย่างคึกคัก ดูอย่างบริษัท ธาราภู เดคอร์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้และผู้ส่งออกไม้รายใหญ่ ของ “ณัฐวิณ พงษ์เภตรารัตน์” ที่ตัดสินใจเข้าไปลงทุนธุรกิจในเมียนมาร์ ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าไม้ที่ทั้งคุณภาพดีและปริมาณเพียงพอ
ตามติดฉบับนี้ ประเดิมด้วยเรื่องราวของสมาชิกอาเซียนที่เนื้อหอมสุดๆ “เมียนมาร์” เพราะนักธุรกิจไทยหมายปองเข้าไปสร้างโอกาสในตลาดนี้กันอย่างคึกคัก ดูอย่างบริษัท ธาราภู เดคอร์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้และผู้ส่งออกไม้รายใหญ่ ของ “ณัฐวิณ พงษ์เภตรารัตน์” ที่ตัดสินใจเข้าไปลงทุนธุรกิจในเมียนมาร์ ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าไม้ที่ทั้งคุณภาพดีและปริมาณเพียงพอ
การลงทุนครั้งนี้ของธาราภู เกิดขึ้นหลังจากบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังผ่านการร่วมทุนกับรัฐบาลเมียนมาร์มายาวนาน 40 ปี อีกทั้งมองเห็นตลาดเฟอร์นิเจอร์ของเพื่อนบ้านรายนี้ที่เติบโตก้าวกระโดด จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้างที่อยู่อาศัย โรงแรม อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน รวมถึงงานโครงการต่างๆ ที่ขยายตัวอย่างมาก ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัท
อีกรายที่เข้าไปลงหลักปักฐานในเมียนมาร์ล่าสุด คือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการรวมตัวของประชาคมอาเซียน เป็นโอกาสในการออกไปลงทุนต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ใช้จุดแข็งจากสายสัมพันธ์ที่ดีกับสภาอุตสาหกรรมของสหภาพเมียนมาร์ (ยูเอ็มเอฟซีซีไอ) จนตกผลึกว่าจะออกไปเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ (เอ็มบีเอ) ในเมียนมาร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญ และเป็นที่ต้องการของนักธุรกิจเมียนมาร์
หลังเปิดรับรุ่นแรกไปเมื่อปี 2555 และจากความตั้งใจเดิมที่จะเปิดเพียงปีละ 1 รุ่น ก็เพิ่มเป็นปีละ 2 รุ่นแทน อีกทั้งขยายสาขาจากย่างกุ้งไปมัณฑะเลย์ และมีแผนจะขยายหลักสูตรเพิ่มในอนาคต
ขณะที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ในไทยหันมาเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแย่งตัวบุคลากรสอนภาษาชาวต่างชาติภายในประเทศ ที่ต้องแข่งกับฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ต่างก็ปรับตัวเหมือนกัน
กลยุทธ์ในการดึงดูดบุคลากรต่างชาติให้เข้ามาทำงานด้วยในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง เช่น สัญญาการจ้างงานระยะยาว มีสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน อัตราตัวเลขผลตอบแทน (เงินเดือน) ประกันสังคมและสวัสดิการต่างๆ เช่น ที่พัก และอาจจะมีออปชันเสริมเพื่อจูงใจเช่น ตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศบ้านเกิด หรือให้ทุนในการพัฒนาคุณวุฒิ
ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ศึกษาแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในอาเซียน 4 ชาติ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และลาว ซึ่งมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มไฮโซที่นิยมเรื่องคุณภาพและสินค้าแบรนด์เนม เพื่อแสดงสถานะทางสังคมแบบไม่แคร์สื่อ ไม่สนราคาแพง
ส่วนกลุ่มคนรุ่นใหม่ ก็ฮิตใช้สื่อสังคมออนไลน์คล้ายๆ กัน ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์
ปิดท้ายที่สถาบันอาหารควงเอกชนบุกตลาดฮาลาลมาเลเซีย รับกระแสธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังมาแรง มาเลเซียเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยด้านอาหาร โดยเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 6 และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 8 ของไทยในปี 2555 ซึ่งไทยส่งออกสินค้าอาหารไปมาเลเซียมูลค่า3.3 หมื่นล้านบาท







