
โฮม ช็อปปิ้ง ปลุกกำลังซื้อหน้าร้อน
ปัจจุบันตัวเลขทีวีดาวเทียมในครัวเรือนมีถึง 50% หรือ 11 ล้านครัวเรือน จากผู้รับชมทีวีทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดช่องทีวีดิจิตอลมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโฮม ช็อปปิ้งขยายตัว
ปัจจุบันตัวเลขทีวีดาวเทียมในครัวเรือนมีถึง 50% หรือ 11 ล้านครัวเรือน จากผู้รับชมทีวีทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดช่องทีวีดิจิตอลมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโฮม ช็อปปิ้งขยายตัว
แต่ช่วงหน้าร้อนอย่างเดือน เม.ย. เป็นช่วงที่ตรงกับวันหยุดยาวหลายวัน ทำให้คนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการดูโทรทัศน์ในการโทรสั่งซื้อสินค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์และรูปแบบโฮม ช็อปปิ้งลดลง จุดนี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ต่างต้องปรับตัว พร้อมกับจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงหน้าร้อนมากขึ้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
พีระ ลักษณาภิรักษ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจโอ ช้อปปิ้ง ภายใต้แบรนด์โอ ช้อปปิ้ง ออกอากาศผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี กล่าวว่า ช่วงหน้าร้อนธุรกิจออนไลน์และโฮม ช็อปปิ้ง ผ่านสื่อโทรทัศน์นั้นได้รับผลกระทบหมด จึงต้องมีกิจกรรมการตลาดมากขึ้นเพื่อมากระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งบริษัทได้จัดกิจกรรมการตลาดผ่าน การแอพพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของแกรมมี่ ที่สามารถดูได้ 10 ช่องรายการ และนำธุรกิจบันเทิงมาเป็นตัวกระตุ้นกำลังซื้อ
“การที่บริษัทอยู่ในเครือแกรมมี่นั้นย่อมได้ประโยชน์ เนื่องจากมีศิลปินที่อยู่ในสังกัดจำนวนมากเพื่อมานำเสนอสินค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการจดจำของผู้บริโภคได้ในหลายๆ กลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่นที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต” พีระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการพยายามบุกตลาดโฮม ช็อปปิ้ง อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นธุรกิจค่อนข้างใหม่ที่อยู่ในเมืองไทยมานานกว่า 10 ปี ขณะที่มูลค่าตลาดผ่านช่องทางดังกล่าวมีมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา และเติบโตถึง 30%
“ธุรกิจโฮม ช็อปปิ้ง มีผู้เล่นเข้าสู่ตลาดจำนวนมากเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะผลักดันให้ธุรกิจนี้เติบโตมากขึ้น ที่เกาหลีใต้ธุรกิจนี้อยู่มานานกว่า 18 ปี ตลาดมีขนาดใหญ่มาก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งในระยะแรกธุรกิจนี้มีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ภาครัฐมีการควบคุม จึงทำให้ประเภทตีหัวเข้าบ้านไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 6 รายหลักเท่านั้น” พีระ กล่าว
สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ จะใช้กลยุทธ์ Star Marketing โดยการใช้ เจี๊ยบ โสภิตนภา พิธีกรและนักแสดงมาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เน้นการสื่อสารถึงคุณภาพและบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมและขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยตั้งเป้าว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ 500 ล้านบาท และมีฐานลูกค้ามากกว่า 1 แสนราย
ปัจจุบัน โอ ช้อปปิ้ง ได้ออกอากาศผ่านทางเคเบิลทีวี อาทิ ช่องหมายเลข 0 ทางกล่องทีวีดาวเทียมจีเอ็มเอ็มแซด ช่อง 127 ทางจานดาวเทียมพีเอสไอ ช่อง 33 จานดาวเทียมพีเอสไอ โอเค ช่อง 30 จานดาวเทียมดีทีวี รวมถึงไปออกอากาศผ่านรายการแฟนทีวี เจเคเอ็น เคชาแนล และบิวตี้ ชาแนล เป็นต้น
จุล โชติกะวรรณ กรรมการบริหาร บริษัท พรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี่ ผู้ดำเนินธุรกิจโฮม ช็อปปิ้ง สินค้าสุขภาพและความงาม “1577 โฮม ช็อปปิ้ง” กล่าวว่า ในปีนี้จะใช้งบลงทุนอีก 350-400 ล้านบาท ทำตลาดผ่านทีวีดาวเทียมอีก 20 รายการ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาช่องทีวีดาวเทียมที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันมี 10 รายการ ออกอากาศผ่านทีวีดาวเทียม 56 ช่อง ซึ่งตั้งเป้าว่าปี 2557 จะเป็นผู้นำอันดับ 1 จากปัจจุบันเป็นอันดับ 2 รองจากค่ายทีวี ไดเร็ค
สำหรับเหตุผลที่จะก้าวเป็นผู้นำอันดับ 1 ได้นั้น บริษัทได้พัฒนาช่องทางคอลเซ็นเตอร์ โดยพัฒนาพนักงานเทเลเซลส์ หรือพนักงานขายทางโทรศัพท์ ให้มีความรู้ในตัวสินค้าและให้บริการผลัดเปลี่ยนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับช่องทางอีคอมเมิร์ช ได้พัฒนาเว็บไซต์ www.lanlabuy.com ซึ่งปีที่ผ่านมามีสินค้าจำหน่าย 100 แบรนด์ ซึ่งปีนี้จะมีสินค้าเข้ามาทำตลาดเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 100 แบรนด์ รวมเป็น 200 แบรนด์
อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 1,000 ล้านบาท มีสินค้าทำตลาด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.อาหารเสริมสร้างยอดขาย 40% 2.สกินแคร์ 30% และ 3.สินค้านวัตกรรมและสุขภาพ 30% โดยตั้งเป้าว่าปีนี้จะเติบโต 35% มียอดขาย 1,500 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าปี 2557 จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 2,600 ล้านบาท
ขณะที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นปีนี้ คือ ช็อป ชาแนล โดย บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) ที่เกิดจากการรวมตัวของ 3 ธุรกิจยักษ์ใหญ่ คือ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล ถือหุ้น 30% บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล 30% และบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของธุรกิจทีวีช็อปปิ้งญี่ปุ่น 40%
การดำเนินธุรกิจของ ช็อป ชาแนล ผ่านช่องสัญญาณดาวเทียมพีเอสไอ ช่อง 62 ในระบบซีแบนด์ โดยกลยุทธ์ที่ดึงมาประเดิมทำตลาดในเบื้องต้น คือ การสร้างความน่าเชื่อถือ ความจริงใจ และสินค้าคุณภาพ
เคนจิ ชินโมริ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการทั่วไป แผนกสินค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ บริษัท ซูมิโตโมฯ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสเข้ามาทำธุรกิจ เบื้องต้นจะนำสินค้า 150-200 รายการ เข้ามาจำหน่าย แบ่งเป็นสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น 70% และเป็นสินค้าในประเทศไทย 30% ซึ่งหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค.นี้ จะเพิ่มสินค้าเป็น 350 รายการ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 1,0002 หมื่นบาท ค่าบริการจัดส่ง 150 บาท
จุดเด่นของ ช็อป ชาแนล จะเน้นจัดรายการสดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตอบโต้ได้ในรายการ โดยมั่นใจว่าน่าจะได้ผลการตอบรับที่ดี ขณะเดียวกันก็จะมีการเน้นทำโปรโมชันเป็นระยะเพื่อกระตุ้นยอดขาย
ยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ทีวี ช็อปปิ้ง เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะในญี่ปุ่นซูมิโตโมเป็นผู้นำในตลาด และยังเป็นการต่อยอดช่องทางจำหน่ายเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายจากปัจจุบันมีช่องทางหน้าร้าน แค็ตตาล็อก ออนไลน์ และมือถือ
คาดว่าปีแรกจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท ใน 5 ปี
จะเห็นได้ว่า อยู่ในธุรกิจโฮม ช็อปปิ้งทุกราย ตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปีจะเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาด แต่ต้องจับตามองว่ากลยุทธ์การตลาดของค่ายใดจะประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่ที่แน่ๆ สินค้าดีมีคุณภาพ บริการรวดเร็วเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด







