
บลจ.หวั่นธปท.ลดดอกเบี้ย
จับตาเงินล้นโลกกดดันครึ่งปีหลังห่วงบาทแข็งแห่ซื้อตลาดพันธบัตร
จับตาเงินล้นโลกกดดันครึ่งปีหลังห่วงบาทแข็งแห่ซื้อตลาดพันธบัตร
บลจ.กสิกรไทย จับตาสภาพคล่องล้นโลก บาทแข็ง เงินไหลเข้าพันธบัตร ส่งผลดอกเบี้ลดครึ่งปีหลัง
นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า บลจ.กสิกรไทย คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มจะทรงตัวต่อไปถึงสิ้นปี 2556 เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศไทยยังมีการขยายตัวในระดับที่ดี ประกอบกับการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนและสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องในตลาดโลกที่คาดว่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับการอัดฉีดเม็ดเงินของทั้งสหรัฐ เเละญี่ปุ่น อาจเป็นเเรงกดดันต่อการเเข็งค่าของเงินบาทในระยะปานกลางได้ รวมถึงการเข้ามาถือครองพันธบัตรไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ตั้งเเต่ช่วงต้นปี 2556 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองและอาจจะส่งผลต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
พร้อมกันนี้ ในวันที่ 9-12 เม.ย. บลจ.กสิกรไทย เปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 4 กองทุน โดยลงทุนตราสารหนี้ในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ กองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน ซีซี คาดผลตอบแทน 2.6% ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ซีเจ ผลตอบแทนประมาณ 2.8% ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน บีจี ผลตอบแทน 3% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี บีโอ ผลตอบแทน 3.2% ขณะที่กองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน ซีซี เน้นตราสารหนี้ในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 2.6% ต่อปี
น.ส.ฤดี ปติอารยกุล ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าเส้นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) น่าจะมีการเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ และมีแนวโน้มในการปรับตัวในทิศทางที่ชันขึ้น โดยที่นักลงทุนยังควรจะต้องติดตามปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
“เนื่องจากประเมินว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลของแต่ละประเทศมีส่วนช่วยสนับสนุนในเรื่องสภาพคล่องในตลาด หรือแม้แต่เศรษฐกิจในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลยังคงใช้มาตรกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ฤดี กล่าว
ทั้งนี้ วันที่ 18 เม.ย. บลจ.แอสเซท พลัส จะเปิดขายรอบใหม่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 5 ที่สามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ อายุประมาณ 6 เดือน โดยคาดว่าผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 3% ต่อปี







