
ค้าปลีกสะพัด7พันล.รับสงกรานต์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2556 ระหว่างวันที่ 2027 มี.ค. 2556 จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 549 ราย ที่มีอายุระหว่าง 1565 ปี ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2556 ระหว่างวันที่ 2027 มี.ค. 2556 จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 549 ราย ที่มีอายุระหว่าง 1565 ปี ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2556 การจับจ่ายซื้อสินค้าของคนกรุงเทพฯ จะกระตุ้นยอดขายของธุรกิจค้าปลีกไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท ขยายตัวกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับกำลังซื้อของประชาชนที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งในปีนี้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ มีการวางแผนที่จะใช้จ่ายในส่วนของกิจกรรมช็อปปิ้งกันมากขึ้น
จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เม็ดเงินการใช้จ่ายซื้อสินค้าและของฝากของคนกรุงเทพฯ สะพัดไปยังธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 5,000 ล้านบาท (สัดส่วน 70%) และสะพัดไปยังธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ต่างจังหวัดประมาณ 2,000 ล้านบาท (สัดส่วน 30%) โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่อยู่บริเวณพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และจากการสำรวจ พบว่า จังหวัดที่เป็นที่นิยมท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และชลบุรี (พัทยา) ดังนั้น จังหวัดดังกล่าวจึงมีโอกาสที่จะทำรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์
หากประมาณการค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนในการซื้อสินค้าและของฝากของคนกรุงเทพฯ ตามกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า ในปีนี้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนในอัตราที่เพิ่มขึ้นในทุกกิจกรรม เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยคนที่เลือกกลับบ้านต่างจังหวัดจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงสุด เนื่องจากจะมีทั้งการซื้อสินค้าในกรุงเทพฯ รวมถึงการซื้อสินค้าไปฝากคนต่างจังหวัดและซื้อกลับมาฝากคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ
Marketing ต้องเด่น ดึงดูดลูกค้า ... โอกาสทองของผู้ประกอบการค้าปลีก
จากการคาดการณ์แนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงสรุปได้ว่า ภาพรวมของการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในช่วงเทศกาลดังกล่าว มีโอกาสที่จะเข้มข้นมากขึ้น เพื่อแย่งชิงมูลค่าตลาดกว่า 7,000 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่จึงไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสจากเทศกาลดังกล่าวทำยอดขายเพิ่มขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบเดิมไม่ว่าจะเป็นมหกรรมลดราคาสินค้า การจัดอีเวนต์ต่างๆ และการเป็นพันธมิตรร่วมกับบัตรเครดิต ยังคงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่มีความสำคัญและน่าจะจูงใจผู้บริโภค ที่ตั้งใจจะซื้อสินค้าและของฝากตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการค้าปลีกจะต้องตระหนักว่า ยังมีกลุ่มผู้บริโภคอีกจำนวนหนึ่งที่อาจจะยังไม่สนใจ หรือยังไม่ตัดสินใจซื้อสินค้า เพียงแค่มาเดินดูสินค้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกอาจจะต้องมีการปรับรูปแบบกลยุทธ์ให้มีความหลากหลายและโดดเด่นมากขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว โดยกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้นั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเภทของธุรกิจค้าปลีก แต่จะต้องเน้นรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจมากขึ้น







