
ตั้งเอสพีวีพลิกสัมปทานทวาย
ทวายพลิกโฉมไทยจับมือพม่าตั้งเอสพีวี เชิญญี่ปุ่นร่วมทุน คืนเงินอิตาเลียนไทยฯ
ทวายพลิกโฉมไทยจับมือพม่าตั้งเอสพีวี เชิญญี่ปุ่นร่วมทุน คืนเงินอิตาเลียนไทยฯ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 9 เม.ย. รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-พม่า เพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (เจซีซี) ว่า รัฐบาลไทยและพม่าจะร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ขึ้น เพื่อเข้าไปถือสัญญาทวายแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์
นายนิวัฒน์ธำรง ระบุว่า ผู้ถือหุ้นเอสพีวีจะไม่ใช่รัฐบาลไทย แต่เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ ส่วนการลงทุนโครงการต่างๆ เช่น ท่าเรือ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม จะลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุน โดยบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ร่วมถือหุ้นได้ทุกบริษัท
“รัฐบาลทำเช่นนี้ เพราะทวายเป็นทางออกสู่ทะเลด้านตะวันตก อีกทั้งเกรงว่าเอกชนจะเสียเปรียบ ขณะตกลงบริษัทก็อยู่ในที่ประชุมและยินยอมตามที่ทั้งสองประเทศเสนอ” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า เอสพีวีดังกล่าวจะจัดตั้งขึ้นในไทย โดยรัฐบาลสองประเทศจะถือหุ้นเท่ากัน อย่างไรก็ตามทั้งสองชาติจะทำหนังสือเชิญญี่ปุ่นเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนการลงทุนในโครงการทวายอย่างเป็นทางการด้วย
ทั้งนี้ เอสพีวีจะจ้างที่ปรึกษาอิสระตรวจสอบสถานะการเงินการลงทุนที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อชำระคืนให้แก่บริษัท จากนั้นจะตั้งคณะทำงานร่วมแล้วนำรายละเอียดมาตกลงกันในปลายเดือนนี้
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรม การผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ กล่าวว่า รูปแบบนี้ดี เพราะเท่ากับจะได้เงินลงทุนที่ลงไปแล้วคืนทั้งหมดและยังได้ร่วมลงทุนและได้งานใหม่อีก
“เงื่อนไขแบบนี้เราชอบ เพราะยังเป็นผู้พัฒนาโครงการเหมือนเดิม เงินเก่าที่ลงไปก็ได้คืน แถมได้งานใหม่อีก ไม่มีใครมาบีบเราเหมือนที่พูดๆ กัน” นายสมเจตน์ กล่าว







