
แห่ขับรถคันแรกกลับ
โดยสารบขส.ลด 5% ช่วงสงกรานต์แตะ 1 ล้านคนใกล้เคียงช่วงปีใหม่
โดยสารบขส.ลด 5% ช่วงสงกรานต์แตะ 1 ล้านคนใกล้เคียงช่วงปีใหม่
บ.ข.ส.คาดผู้โดยสารช่วงสงกรานต์ลดลง 5% แตะ 1 ล้านคน เหตุคนเห่อขับรถคันแรกกลับบ้าน
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) เปิดเผยว่า ปริมาณผู้โดยสารรถ บ.ข.ส.ที่จะเดินทางท่องเที่ยวและออกต่างจังหวัดในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการรถโดยสารของ บ.ข.ส. ประมาณ 1 ล้านคน ลดลงจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีก่อน 5% ซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา อันเป็นผลจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ซึ่งทำให้ประชาชนบางกลุ่มนิยมขับรถส่วนบุคคลออกไปท่องเที่ยว และกลับบ้านไปเยี่ยมเยียนญาติและครอบ ครัวเอง ประกอบกับตรงกับช่วงปิดเทอมและเป็นช่วงเกณฑ์ทหารจึงมีบางส่วนทยอยเดินทางกลับล่วงหน้าแล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่าแนวโน้มการใช้บริการ บ.ข.ส.จะลดลงจากปีที่ผ่านมาเพราะได้รับผลจากนโยบายรถคันแรก แต่ บ.ข.ส.ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางออกต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มที่ โดยได้เพิ่มเที่ยวรถปกติจากวันละ 4,000 เที่ยวต่อวัน เป็น 7,000 เที่ยวต่อวัน คาดว่ารองรับประชาชนได้ 22.5 แสนคนต่อวัน
สำหรับการจำหน่ายตั๋วโดยสารของ บ.ข.ส.ในเที่ยวปกติ ได้จำหน่ายเต็มตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ในส่วนผู้โดยสารที่ยังไม่มีตั๋วสามารถมาซื้อตั๋วได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วที่เตรียมไว้ให้ เพราะจะมีบริการรถเสริมไว้บริการ จึงมั่นใจว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างทั้งขาไปขากลับอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ขอเตือนถึงผู้โดยสารว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลที่มาเสนอขายตั๋วรถ เพราะอาจเป็นตั๋วปลอมได้ และหากพบการจำหน่ายตั๋วเกินราคา หรือมีพฤติกรรมทิ้งผู้โดยสาร สามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 1584 และ หมายเลข 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งความผิดในการจำหน่ายตั๋วเกินราคาจะถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อใบ และหากพบพฤติกรรมทิ้งผู้โดยสารจะถูกพักใบอนุญาต ทั้งนี้หากกระทำผิดซ้ำจะยกเลิกสัญญาการเดินรถกับ บ.ข.ส.ทันที แต่ขณะนี้ยังไม่พบการร้องเรียนพฤติกรรมดังกล่าวจากผู้โดยสารแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยกำชับให้รถ บ.ข.ส.ทุกคันเตรียมพร้อมโดยการตรวจบำรุงรักษาสภาพรถก่อนออกเดินทาง และตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยมีการตรวจระดับสารเสพติดกับปริมาณแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดและ บขส. ยังไม่มีแผนการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในขณะนี้ ส่วนการดูแล เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังทรงตัว ซึ่งการปรับขึ้นราคาตั๋วจะต้องคำนวณจากราคาน้ำมันเป็นหลัก







