posttoday
ธุรกิจท่องเที่ยวในไทยยังจะดีต่อเนื่อง

ธุรกิจท่องเที่ยวในไทยยังจะดีต่อเนื่อง

10 เมษายน 2556

ผมเพิ่งไปพักร้อนที่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง ริมชายหาดท้องนายปานน้อย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นชายหาดที่สวยงามมากหาดหนึ่งบนเกาะพะงัน

ผมเพิ่งไปพักร้อนที่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง ริมชายหาดท้องนายปานน้อย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นชายหาดที่สวยงามมากหาดหนึ่งบนเกาะพะงัน

จากประสบการณ์ เมืองท่องเที่ยวโดยเฉพาะทางทะเล เช่น ภูเก็ต สมุย พะงัน ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะแพงกว่าปกติ โรงแรมที่ผมเข้าพักเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีพนักงานโรงแรมที่เป็นคนต่างชาติค่อนข้างมาก ผมประมาณว่ามีถึง 30% ซึ่งทั้งหมดมาจากคนเอเชีย (Asean) ที่มีทั้งมาจากฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมาร์ ลาว ส่วนแขกที่เข้าพัก 95% เป็นคนตะวันตก คนไทย 3% คนเอเชีย 2%

ผมเชื่อว่าหลังปี 2558 น่าจะเห็นคนเอเชียเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยยังน่าสนใจ ธุรกิจอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง น่าจะมีผลประกอบการดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนส่งทางอากาศ

เพื่อนของผมที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และที่ปรึกษาทางการเงิน ก็กำลังจะเปิดบริษัทสายการบินเล็กๆ โดยจะเริ่มต้นจากเครื่องบิน 2 ลำ บินแบบ Chartered Flight ดูเหมือนจะเป็นธุรกิจที่หอมหวน จากประมาณการเดินทางที่มากขึ้นของพลเมืองเอเชียด้วยกัน ทำให้ธุรกิจการบินโดยเฉพาะ Low Cost Airline น่าจะได้รับประโยชน์มาก แต่หลังจากรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) สร้างเสร็จ คาดว่าจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางในประเทศ

ถ้าพฤติกรรมของคนไทยเราเหมือนกับชาวญี่ปุ่น และยุโรป ลองคิดดูสิครับค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเครื่องบิน รวมกับค่าแท็กซี่ (Taxi) โดยปกติสถานีรถไฟจะอยู่ในเมือง ขณะที่สนามบินจะอยู่นอกเมือง ดังนั้นค่าแท็กซี่จะต่างกัน ผมเชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ซึ่งรวมทั้งผมด้วย คงจะเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้รถไฟความเร็วสูงแทน เพราะว่าเวลาที่ใช้ในการเดินทางตั้งแต่ออกจากบ้านไปสนามบินต้นทาง (ก่อน Flight อย่างน้อย 1 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางในประเทศและ 2 ชั่วโมงสำหรับไปต่างประเทศ) เมื่อเทียบกับเดินทางโดยรถไฟ (แค่ไปถึงก่อนรถไฟออก 5 นาที ก็ทันถมเถแล้ว)

ดังนั้นช่วง 1 ปี ก่อนที่ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั่วประเทศไทยจะสร้างเสร็จ ผมแนะนำว่าควรจะลดการถือครองหุ้นกลุ่มนี้ลง

ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่คึกคัก ก็ยังมีธุรกิจท่าอากาศยาน ธุรกิจบริการน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับสายการบิน ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจสปา โรงพยาบาล โดยโรงแรมบางบริษัทก็ทำธุรกิจร้านอาหารด้วย บางบริษัทก็ทำแต่ธุรกิจโรงแรม โดยมีแบรนด์ของตัวเอง และรับบริหารโรงแรมให้กับเจ้าของโรงแรมอื่นๆ

บางบริษัทไม่มีแบรนด์ของตัวเอง แต่ใช้บริการ Hotel Chain Management ของเครือข่ายโรงแรมสากล และยังขยายสาขาไปยังต่างประเทศ ทั้งสร้างเอง บริหารเอง หรือจ้างเชนโรงแรมใหญ่ๆ เข้ามาบริหารให้หรือเข้าไปบริหารโรงแรมในต่างประเทศก็มี ยิ่งไปกว่านั้นยังไปเทกโอเวอร์โฮเต็ล เชน (Hotel Chain) เมืองนอกก็มีเหมือนกัน

ส่วนธุรกิจร้านอาหาร นอกจากสร้างแบรนด์ของตัวเองแล้ว ยังมีบริการนำเข้าแฟรนไชส์ร้านอาหารชื่อดังจากเมืองนอก โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งกำลังเป็นที่นิยม

ส่วนธุรกิจห้างสรรพสินค้า เราเริ่มเห็นการขยายตัวอย่างรวดเร็วในต่างจังหวัด ปัจจุบันจังหวัดใหญ่ๆ ล้วนมีห้างสรรพสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปเปิดเกือบหมด

สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเห็นก็ได้เห็น นั่นคือการไปเทกโอเวอร์ห้างสรรพสินค้าในอิตาลีและเดนมาร์กของเครือเซ็นทรัล ผมยังจำได้เลยว่าตอนหลังช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในบ้านเรา เครือเซ็นทรัลยังต้องตัดใจขายหุ้นส่วนใหญ่ในบิ๊กซีให้ Casino จากฝรั่งเศส และขายหุ้นส่วนใหญ่ในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต (Tops Supermarket ) ให้กับต่างชาติ และขายหุ้นในคาร์ฟูร์ให้กับคาร์ฟูร์ฝรั่งเศส

แต่หลังจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว เครือเซ็นทรัลก็ได้ซื้อท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต กลับมา ดูแล้วเหมือนกับคำพังเพยว่า “สมบัติผลัดกันชม” จริงๆ

ส่วนธุรกิจโรงพยาบาลน่าชื่นใจนะครับ เรามี Hospital Chain ที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ในเอเชียแปซิฟิก เรามีหลายโรงพยาบาลที่ได้รับ JCIA แสดงถึงความเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ และบางแห่งก็ไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลกเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจทั้งหมดที่กล่าวมาดูมีแนวโน้มที่ดีแก่การที่จะตัดสินใจเข้าลงทุน ควรจะเปรียบเทียบดูมูลค่ากิจการว่า ณ ราคาปัจจุบันมีความน่าสนใจในการลงทุนมากน้อยเพียงไหน บางครั้งหุ้นที่ดีแต่แพงก็ไม่ใช่หุ้นที่น่าลงทุนเสมอไปนะครับ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร