
กระทุ้งท่องเที่ยวไทยแห่บูมธุรกิจผ่านโลกออนไลน์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ยุคนี้โลกออนไลน์แทบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว จะหันไปทางไหนมักเจอคนท่องโลกออนไลน์แทบทุกครั้ง จะขาดก็แต่เวลานอน โลกออนไลน์จึงเป็นช่องทางสำคัญที่ภาคธุรกิจหันมาใช้ทำการตลาดซึ่งรวมถึงภาคท่องเที่ยวด้วย
ข้อมูลจากเว็บไซต์ อินเทอร์เน็ตเวิลด์สแตตส์ วันที่ 30 มิ.ย. 2555 พบว่า ทั่วโลกมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 2,405.51 ล้านคน หรือ 34.3% ของประชากรทั่วโลก หากดูเฉพาะเอเชีย มีผู้ใช้เน็ต 1,076.68 ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งของทั่วโลก โดยประเทศในเอเชียที่มียอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด คือ จีน รองลงมา คือ อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ส่วนไทยมีผู้ใช้ 20.1 ล้านคน
จะเห็นว่า ตลาดสำคัญที่มาเที่ยวไทย ล้วนติดอันดับมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอันดับต้นๆ ของโลก ส่วนคนไทยก็ใช้อินเทอร์เน็ตมากเกือบ 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว จึงควรเพิ่มความสำคัญการทำตลาดออนไลน์ จะให้ทันยุคสมัย จหวังพึ่งตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศอาจไม่ได้ผลอย่างแท้จริง
“ลิลลี่วรีรัตน์ อุดมคุณธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุราส่าหรี กรุ๊ป ผู้บริหารโรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น กล่าวว่า โรงแรมมียอดจองห้องพักจากออนไลน์ถึง 90% ในจำนวนนี้มาจากตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) 60% และเว็บไซต์ของโรงแรม 30% และการทำตลาดก็จะเน้นผ่านออนไลน์เป็นหลัก โดยช่วงเปิดโรงแรมได้เชิญบล็อกเกอร์ต่างประเทศเข้ามาพัก จากนั้นบล็อกเกอร์ก็กลับไปเขียนเรื่องราวแนะนำจนทำให้โรงแรมเป็นที่รู้จัก และมีกระแสคนในโลกออนไลน์จำนวนมากจองห้องพักมาตามรอยคำแนะนำ จากนั้นก็นำเรื่องราวที่มาเที่ยวไปถ่ายทอดทางโลกออนไลน์อีกเช่นกัน เรียกว่าโรงแรมแทบไม่ต้องทำการตลาดเองเลย ก็มีกลุ่มผู้ใช้ออนไลน์ทำตลาดให้ แบบปากต่อปาก สร้างกระแสตอบรับดียิ่งกว่าที่โรงแรมทำเองอีก
“วิจิตร ณ ระนอง” กรรมการผู้จัดการ โรงแรมอินดิโกเพิร์ล มองว่า การใช้ช่องทางการทำตลาดต้องสอดคล้องกับยุคสมัย และกลุ่มเป้าหมาย ในยุคโลกออนไลน์มาแรง ทิศทางการทำตลาดของธุรกิจโรงแรมก็จะใช้ออนไลน์มากขึ้น จากเดิมที่ให้น้ำหนักกับการทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวซึ่งมีหน้าร้านอยู่ เพราะคนสมัยนี้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ ค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องคงช่องทางทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีหน้าร้านไว้อยู่ เพราะกลุ่มลูกค้าที่มีเงินมากๆ จะไม่เสียเวลาค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวเอง แต่จะให้ตัวแทนจำหน่ายเหล่านี้ช่วยจัดการให้ทุกอย่าง
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อแนะนำว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ให้ความสำคัญกับการทำตลาดออนไลน์ แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังน่าเป็นห่วง แม้บางส่วนจะศึกษาการทำตลาดออนไลน์และทดลองทำบ้าง แต่ไม่ได้ทำจริงจัง หรือทำไปแล้วไม่เห็นผลระยะสั้น ก็เลิกพัฒนาต่อ ทั้งที่ควรให้ความสำคัญเพื่อหวังผลระยะยาว
ส่วนรูปแบบการทำตลาดออนไลน์ที่สำคัญ คือ มีเว็บไซต์ของตัวเอง พัฒนาเว็บไซต์ให้ทันสมัย จนอาจถึงขั้นจองซื้อผ่านออนไลน์ได้เลย อีกช่องทาง คือ การขายผ่านโอทีเอ ซึ่งผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องใช้โอทีเอกระจัดกระจายทุกราย แต่ควรเน้นใช้โอทีเอที่มีความโดดเด่นในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสอดคล้องกับตัวผู้ประกอบการเอง และได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของโลก 12 รายก็พอ
อีกช่องทางที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน คือ สังคมออนไลน์ยอดนิยมแต่ละช่วงเวลา
นอกจากการใช้ช่องทางออนไลน์ทำตลาดแล้ว ผู้ประกอบการยังใช้ช่องทางออนไลน์บริหารจัดการช่วงที่เกิดวิกฤตได้ด้วย เช่น ใช้ออนไลน์ชี้แจงข้อเท็จจริง
สรุปแล้วผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะหลงยุคไม่ใช้ออนไลน์ทำการตลาดเลยคงไม่ได้ ยิ่งคนรุ่นใหม่ใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อประโยชน์แทบทุกอย่างในชีวิตประจำวัน หากละเลยช่องทางนี้คงพลาดโอกาสงามๆ ที่จะทำรายได้ให้ธุรกิจมหาศาล ทั้งที่ลงทุนน้อยกว่าการไปต่างประเทศเพื่อทำตลาด หรือจัดกิจกรรมใหญ่โตด้วยซ้ำ







