
ดร.จาร์ทเลิกขายร้านวัตสัน
หันลุยเคาน์เตอร์เปิดช็อปปีนี้ลงทุน 60 ล.หลังยกอิมเมจขึ้นแข่งพรีเมียม
หันลุยเคาน์เตอร์เปิดช็อปปีนี้ลงทุน 60 ล.หลังยกอิมเมจขึ้นแข่งพรีเมียม
แปซิฟิก คอสเมติก ยกเครื่อง “ดร.จาร์ท” สู่พรีเมียม อัด 60 ล้านเล็งผุดคลินิกลุยอาเซียน เลิกขายในวัตสัน
น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท แปซิฟิก คอสเมติก ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเวชสำอางเกาหลีภายใต้แบรนด์ ดร.จาร์ท เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับภาพลักษณ์ของสินค้าใหม่เพื่อให้เป็นเวชสำอางระดับพรีเมียมมากขึ้น จากเดิมที่เน้นตลาดระดับซีบวกจะหันมาจับตลาดระดับบีบวก เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น
ทั้งนี้ จะใช้งบลงทุนรวม 60 ล้านบาท แบ่งเป็นงบในการเปิดเคาน์เตอร์สินค้าและร้านค้าจำนวน 11 แห่ง โดยจะเน้นขยายไปยังหัวเมืองต่างจังหวัด เช่นที่ จ.เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยใช้งบลงทุนต่อแห่ง 23 ล้านบาท จากงบลงทุนรวม 40 ล้านบาท
ปัจจุบันมีเคาน์เตอร์และร้านค้าที่เปิดให้บริการแล้ว 9 แห่ง และจะใช้งบทำตลาด 20 ล้านบาท เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้า
“ที่ผ่านมาเราเคยขายผ่านช่องทางร้านวัตสัน แต่ก็ได้เลิกทำการตลาดไป โดยจะหันมาเพิ่มช่องทางเคาน์เตอร์และร้านค้าให้มากขึ้น” น.ส.ปณิตา กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ในรอบ 4 ปี เชื่อว่าแบรนด์ ดร.จาร์ท จะขยายฐานลูกค้าเพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยทำงานอายุ 2545 ปี ที่มีเงินเดือนเฉลี่ย 3.5 หมื่นบาทขึ้นไป
น.ส.ปณิตา กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัททำการตลาดผ่าน 3 ช่องหลักในไทย ได้แก่ 1.ร้านค้า สร้างยอดขาย 45% 2.ช่องทรู โฮมช็อปปิ้ง สร้างยอดขาย 50% และ 3.ตัวแทนจำหน่าย 3 ราย สร้างยอดขาย 5% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 200 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าปีนี้จะมียอดขาย 300 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าช่องทางร้านค้าจะสร้างยอดขายได้ถึง 70%
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อเปิดเป็นคลินิกความงามควบคู่กับการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า รวมถึงการเข้าไปเปิดตลาดในประเทศแถบอาเซียน โดยจะเริ่มที่ประเทศลาวและเมียนมาร์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 15 รายการ ที่จะทยอยเปิดตัวในปีนี้ ขณะเดียวกันยังได้ปรับราคาสินค้าขึ้นเฉลี่ย 10% ส่วนผลกระทบทางการเมืองระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่อาจจะเกิดสงครามนั้น ยังไม่ส่งผลกับบริษัท และไม่ได้ทำให้ต้องสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดเวชสำอาง ปีที่ผ่านมามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโตต่อเนื่องปีละ 10-15%







