
เปิดปมปัญหาอสังหาฯลาวรอเวลาพลิกโอกาส
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เริ่มเข้าไปศึกษาและหาช่องทางการลงทุนในอาเซียนหลายประเทศ สำหรับ ลาว ถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีผู้เข้าไปศึกษามาบ้างแล้ว แต่ยังมีแนวโน้มไม่สดใสนัก
ภัยดาวัน สมพงศ์พันธุ์ มัคคุเทศก์ชาวลาวให้เหตุผลว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลาวขนาดค่อนข้างเล็ก เนื่องจากการซื้อบ้านในลาวถือเป็นเรื่องใหญ่ ราคาบ้านค่อนข้างแพง เพราะวัสดุก่อสร้างบางอย่างต้องนำเข้า เช่น สุขภัณฑ์ เครื่องครัว อีกทั้งยังไม่มีสถาบันการเงินใดปล่อยสินเชื่อ จึงต้องใช้เงินสด โดยผู้มาทำงานในเมือง นิยมเช่าห้องแถว เพราะบางส่วนสามารถใช้ทำมาค้าขายหน้าร้านได้ ราคาเช่าห้องแถวชั้นเดียวอยู่ที่เดือนละประมาณ 2,000 บาท ห้องแถว 23 ชั้น นิยมคิดค่าเช่าเป็นรายปี ปีละ 8 หมื่น1 แสนบาท
ในตัวเมืองยังมีตลาดอพาร์ตเมนต์เช่า สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในลาว เจ้าของชาวลาวนิยมทำห้องชุดแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ปล่อยเช่าเดือนละ 1.5 หมื่นบาท มีผู้เช่าทั้งชาวเกาหลีใต้ จีน และยุโรป ซึ่งมีชาวเกาหลีใต้กลุ่มหนึ่งเข้ามาแบบยกตึก 30 ห้อง ปีละ 1.5 แสนเหรียญสหรัฐต่อปีด้วย แต่ตลาดอพาร์ตเมนต์จัดเป็นตลาดใหม่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่ถึง 10 ปี ราคาเช่าสูง คนลาวจึงไม่นิยม เชื่อว่าหากต่างชาติต้องการเข้ามาทำตลาดคอนโดมิเนียมในลาวจะเป็นเรื่องยากเช่นกัน
เริ่มจากปัญหาเกี่ยวกับที่ดินราคาแพง ที่ดินทุ่งนาติดถนนใหญ่ ห่างตัวเมืองเวียงจันทน์ 50 กม. ราคาไร่ละ 1 ล้านบาท โดยที่ดินในลาวแบ่งเป็น 2 ประเภท 1. คือ ที่ดินถือครองโดยรัฐบาล ได้แก่ พื้นที่ป่า พื้นที่เขา ส่วนอีกประเภทถือครองโดยประชาชน ต่างชาติเช่าได้ โดยคนลาวค้ำประกัน แต่ชาวต่างชาติก็ไม่มีสิทธิครอบครอง เว้นแต่จะแต่งงานกับคนลาว
นอกจากนี้ กฎหมายยังให้สร้างอาคารสูงไม่เกินประตูชัย หรือประมาณ 7 ชั้น ขณะที่บ้านแนวราบส่วนใหญ่ยังคงเป็นบ้านชั้นเดียวแบบทั่วไป
ภัยดาวัน ย้ำด้วยว่า ค่าครองชีพของคนลาวเองค่อนข้างสูงอยู่แล้ว โดยเฉลี่ยอาหารมื้อหนึ่งประกอบด้วยเฝอ ราคาประมาณ 60 บาท และน้ำดื่ม ราคาขวดละ 18 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายของคนลาวมื้อหนึ่งเฉลี่ยตั้งแต่ 78100 บาท การใช้จ่ายที่สูงอยู่แล้วจึงทำให้ไม่มีกำลังพอจะซื้อสินค้าราคาแพง
ด้าน ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลาวอาจยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่ อนาคตเชื่อว่าตลาดในลาวจะเปลี่ยนไป เนื่องจากคนรุ่นใหม่ของลาวจำนวนหนึ่งออกไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ บางส่วนก็เข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ ทำให้ทัศนคติ วิธีคิดเกี่ยวกับการซื้อบ้านเปลี่ยน
ขณะที่ สุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ ผู้ประกอบรับสร้างบ้านบอกว่า หลังจากที่บริษัทได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัท อินทรี กรุ๊ป ของลาว พบว่า ทัศนคติของคนลาวยังไม่นิยมหมู่บ้านจัดสรร ก่อนจะเริ่มเปิดตลาดในลาว จึงจำเป็นต้องให้ความรู้แก่คนในท้องที่ก่อน ส่วนตลาดรับสร้างบ้านถือว่ายังมีโอกาสสูงกว่ามาก เนื่องจากกลุ่มเศรษฐีของลาวยังมีแนวคิดจะสร้างบ้านหรูบนขนาดที่ดินที่หลากหลาย โดยตลาดใหญ่ที่คาดว่าน่าจะมีผู้มาจ้างไปก่อสร้างบ้าน ได้แก่ ตัวเมืองเวียงจันทน์และเมืองปากเซในจำปาศักดิ์







