
เอกชนหนุนกม.ผู้อพยพ
รายย่อยสหรัฐพร้อมใจหนุนรัฐ เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายผู้อพยพ เชื่อเป็นแหล่งแรงงานชั้นดีช่วยสร้างงาน
รายย่อยสหรัฐพร้อมใจหนุนรัฐ เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายผู้อพยพ เชื่อเป็นแหล่งแรงงานชั้นดีช่วยสร้างงาน
สภาธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของสหรัฐ และเมน สตรีต อลิอันซ์ เครือข่ายธุรกิจรายย่อย เปิดเผยผลสำรวจล่าสุด พบว่า 82% ของผู้ประกอบการรายย่อยที่สนับสนุนพรรคเดโมแครต และ 62% ของรายย่อยที่ฝักใฝ่พรรครีพับลิกัน เห็นด้วยกับการปฏิรูปกฎหมายผู้อพยพ ให้ได้รับสถานะความเป็นพลเมืองสหรัฐ ตามนโยบายของประธานาธิบดี บารัก โอบามา
บรรดาผู้ประกอบการรายย่อยให้เหตุผลว่า การผลักดันให้ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายในสหรัฐกว่า 11 ล้านคน ได้สิทธิพลเมืองอเมริกัน จะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีแหล่งแรงงานที่มีคุณภาพและฐานลูกค้าชั้นดีเพิ่ม ตลอดจนผู้อพยพยังมีส่วนช่วยสร้างงานและจ่ายภาษีให้แก่รัฐบาล ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในภาคธุรกิจรายย่อย และกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศอีกทางหนึ่ง
“ผู้อพยพเหล่านี้นับเป็นแหล่งแรงงานอย่างดี ตลอดจนมีบทบาทเป็นเจ้าของธุรกิจที่จะช่วยสร้างงานให้ระบบเศรษฐกิจ และช่วยหนุนให้ฐานลูกค้าในท้องถิ่นแข็งแกร่งขึ้น” แซม แบลร์ ผู้จัดการเครือข่ายเมน สตรีต อลิอันซ์ ระบุ
ภายใต้แผนการปฏิรูปกฎหมายผู้อพยพ จะอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ย้ายเข้ามาในสหรัฐก่อนอายุ 16 ปี อยู่นานเกิน 5 ปี ไม่มีประวัติอาชญากรรม สามารถทำงานและอยู่อาศัยในสหรัฐเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี แม้ว่าผลสำรวจความเห็นจากรอยเตอร์ส พบว่าชาวอเมริกันราว 30% ต้องการให้เนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย เนื่องจากกังวลว่าอาจถูกแย่งงาน







