
ฟันธงก่อสร้างแรง
นักวิเคราะห์ฟันธง วัสดุก่อสร้างครองแชมป์กำไรโตสูงสุด 2 ปีซ้อน อสังหาฯ ธนาคาร ตาม
นักวิเคราะห์ฟันธง วัสดุก่อสร้างครองแชมป์กำไรโตสูงสุด 2 ปีซ้อน อสังหาฯ ธนาคาร ตาม
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แถลงว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้เพิ่มเป็น 20% จากการสำรวจครั้งก่อนหน้ามองว่าจะมีการเติบโตในระดับ 15% โดยมองว่ากลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะมีอัตราการเติบโตสูงสุด 37% รองลงมา คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 33% และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 24%
นอกจากนี้ ยังประเมินว่าปี 2557 กำไรของ บจ.น่าจะโตในอัตรา 13.1% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน 12.6% โดยกลุ่มวัสดุก่อสร้างยังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงสุดเฉลี่ยที่ 20.9% รองลงมากลุ่มอาหาร 18.25% และกลุ่มสื่อสาร 16.76%
“กลุ่มวัสดุก่อสร้างที่มีการเติบโตสูงสุด ไม่น่าจะเป็นผลมาจากโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เพราะตัวโครงการยังไม่เริ่ม แต่การเติบโตที่สูงน่าจะมาจากงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน” นายสมบัติ กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2556 นักวิเคราะห์ยังประเมินอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มที่คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มสื่อสาร 4.74% กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะอยู่ที่ 4.34% และกลุ่มปิโตรเคมี คาดว่าจะอยู่ที่ 4.04%
สำหรับคำแนะนำในการลงทุนขณะนี้ จากผลสำรวจนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ได้สรุปออกมาเป็นค่าเฉลี่ย คือ ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงเหลือ 40% จากสำรวจครั้งก่อน 45% และเพิ่มน้ำหนักลงทุนต่างประเทศเป็น 12% จากเดิม 11% รวมถึงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ 22% จากเดิม 17%
อย่างไรก็ตาม ให้รอจังหวะตลาดปรับฐานลง เลือกหุ้นมีปัจจัยพื้นฐานดี มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ซึ่งพบว่ามีหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนตรงกันหลายสำนัก ได้แก่ หุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และบริษัท แสนสิริ (SIRI) เป็นต้น
หุ้นที่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมีมุมมองว่าราคาเต็มมูลค่าหรือเกินมูลค่า คือ หมวดพาณิชย์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และธุรกิจเหล็ก หมวดละ 1 บริษัท
ความเสี่ยงของตลาดหุ้นไทย คือ สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) เริ่มแพง ปัญหาในสหภาพยุโรป และความเสี่ยงการเมืองไทย พ.ร.บ.เงินกู้และการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ขณะที่โครงการ 2 ล้านล้านบาท ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและสภาพคล่องล้นโลกเป็นปัจจัยบวก







