
SMEฮ่องกงอ่วมค่าเช่าพุ่ง
รับภาระไม่ไหวแห่ปิดกิจการระนาวเหตุต่างชาติแย่งทำเลดีดันราคาสูงลิ่ว
รับภาระไม่ไหวแห่ปิดกิจการระนาวเหตุต่างชาติแย่งทำเลดีดันราคาสูงลิ่ว
รายย่อยฮ่องกงปิดกิจการระนาว หลังธุรกิจต่างชาติแห่ลงทุน แย่งทำเลใจกลางเมือง ดันค่าเช่าสูงลิ่ว
บลูมเบิร์ก เปิดเผยรายงานตีแผ่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในฮ่องกง ว่า กำลังทยอยปิดกิจการลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่สามารถรับภาระค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกพุ่งสูงขึ้นได้ ภายหลังปริมาณความต้องการพื้นที่ทำเลบริเวณย่านใจกลางเมืองของกิจการต่างชาติรายใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าเช่าพื้นที่ดีดตัวขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
รายงานอ้าง เบนนี เชน เจ้าของร้านซ่อมรถยนต์ขนาดเล็กในฮ่องกง ซึ่งดำเนินกิจการในย่านคอสเวย์ เบย์ ซึ่งเป็นย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใจกลางฮ่องกง มาตั้งแต่ปี 2528 เปิดเผยว่า กว่า 70% ของร้านค้าในบริเวณข้างเคียง ต้องปิดตัวลง และถูกแทนที่ด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสำนักงานชื่อดังจากชาติตะวันตกและญี่ปุ่น ที่มีเงินทุนหนากว่าจำนวนมาก
“ค่าเช่าพื้นที่ที่นี่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ผมคาดว่าธุรกิจรายย่อยคงต้องปิดกิจการไปทั้งหมดจากบริเวณนี้ในอีก 45 ปีข้างหน้าแน่นอน” เชน ระบุ
เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในย่านไท่ฮัง ใจกลางฮ่องกง สำหรับ ทีนา ซิน เจ้าของร้านดอกไม้ ที่เปิดกิจการมานานกว่า 30 ปี ต้องย้ายกิจการไปยังย่านไซวันโฮ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะฮ่องกง ภายหลังผู้ให้เช่าพื้นที่ปรับเพิ่มค่าเช่าสูงถึง 3 หมื่นเหรียญฮ่องกง (ราว 1.13 แสนบาท) ต่อเดือนตั้งแต่ปี 2555
“การปรับเพิ่มค่าเช่า เท่ากับบังคับให้เราต้องย้ายร้านโดยปริยาย เพราะเราเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินทุนจำกัดอยู่แล้ว” ซิน ระบุ
นอกเหนือจากปัจจัยความต้องการพื้นที่ทำเลดีของธุรกิจต่างชาติแล้ว ความเคลื่อนไหวของบรรดาบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เดินหน้าพัฒนาโครงการในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ยังมีส่วนผลักดันให้อัตราค่าเช่าบริเวณดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ จากการจัดอันดับอัตราค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกทั่วโลกประจำปี 2555 ซึ่งจัดทำโดยบริษัท คุชแมน แอนด์ เวกฟีลด์ บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังในสหรัฐ พบว่าค่าเช่าที่บริเวณคอสเวย์ เบย์ มีราคาเฉลี่ย 2,630 เหรียญสหรัฐต่อตารางเมตร (ราว 7.89 หมื่นบาท) ต่อปี ซึ่งทุบสถิติสูงที่สุดในโลก ส่งผลให้ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกที่มีขนาดเพียง 46 ตารางเมตร พุ่งแตะ 1.32 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 39.6 ล้านบาท) ต่อปี
กระนั้นก็ตาม นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอัตราค่าเช่าพื้นที่ใจกลางเมืองมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นปีที่สองในปีนี้ ภายหลังนักท่องเที่ยวชาวจีนลดปริมาณการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยลง และแนวโน้มทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไร้เสถียรภาพ







