posttoday
กลยุทธ์สร้างเครดิตดี

กลยุทธ์สร้างเครดิตดี

01 เมษายน 2556

เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อดำเนินธุรกิจมาได้ระยะเวลาหนึ่งอย่างราบรื่น การขยายกิจการเพื่อเพิ่มผลกำไรเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกประเภทไม่เว้น แม้แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม โดยธนาคารพาณิชย์ถือเป็นแหล่งเงินทุนอันดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากสามารถพบได้ทั่วไปและมีโปรโมชันที่น่าสนใจ

เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อดำเนินธุรกิจมาได้ระยะเวลาหนึ่งอย่างราบรื่น การขยายกิจการเพื่อเพิ่มผลกำไรเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกประเภทไม่เว้น แม้แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม โดยธนาคารพาณิชย์ถือเป็นแหล่งเงินทุนอันดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากสามารถพบได้ทั่วไปและมีโปรโมชันที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม การขอสินเชื่อจากธนาคาร อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากธนาคารจำเป็นต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ ก่อนจึงจะอนุมัติให้สินเชื่อ

ดังนั้น การมีเครดิตทางการเงินที่ดี จึงถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่ช่วยทำให้เจ้าของธุรกิจรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ล่าสุด เว็บไซต์ไทมส์ นิตยสารชื่อดังของสหรัฐ เปิดเผยบทความแนะนำการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี สำหรับผู้ประกอบการที่ควรปฏิบัติตามไว้ตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ ดังนี้

1.แยกบัญชีระหว่างธุรกิจและส่วนตัว : ผู้ประกอบการรายย่อยควรหลีกเลี่ยงการใช้บัญชีหรือบัตรเครดิตส่วนตัวในการชำระค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ โดยหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินส่วนตัว ก็ต้องไม่ลืมทำบัญชีหรือเอกสารทางการเงินอย่างชัดเจนทุกครั้ง เพื่อสามารถตรวจสอบและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.จดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคล : นอกจากจะช่วยแยกบัญชีระหว่างธุรกิจและส่วนตัวอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังช่วยให้การกู้ยืมเพื่อทำธุรกิจจากภาคธนาคารสะดวกมากขึ้น

3.สมัครใช้บัตรเครดิตทางธุรกิจ : การใช้บัตรเครดิตจะช่วยสร้างประวัติทางการเงินและเครดิตให้ผู้ประกอบการโดยปริยาย เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั้นๆ ส่งผลให้บริษัทผู้ออกบัตรยอมอนุมัติบัตรให้

4.ชำระหนี้ให้ตรงเวลา : ผู้ประกอบการต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด เพราะหากผิดนัดชำระหนี้ นอกจากจะทำให้เสียเครดิตในการใช้กู้เงินครั้งต่อๆ ไปแล้ว อาจต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนทางธุรกิจโดยไม่จำเป็น

5.ตรวจสอบคะแนนเครดิตอย่างใกล้ชิด : สถาบันการเงินจะตรวจ“คะแนนเครดิต” (เครดิตสกอร์ลิง) ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความตั้งใจในการชำระหนี้ของผู้กู้ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรติดตามความเคลื่อนไหวของคะแนนเครดิต เพื่อป้องกันหากเกิดกรณีการขโมยข้อมูลและสวมรอยทางธุรกิจขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน