posttoday
หมอจุฬาปั้นแบรนด์ "เอ็มซีแอลบุกตลาดเต็มสูบทั้งค้าปลีก-ขายตรง"

หมอจุฬาปั้นแบรนด์ "เอ็มซีแอลบุกตลาดเต็มสูบทั้งค้าปลีก-ขายตรง"

29 มีนาคม 2556

กว่า 5 ปีแล้ว ที่ผลิตภัณฑ์ความงามและอาหารเสริมสุขภาพแบรนด์ หมอจุฬา ทำตลาดควบคู่กับการใช้ตัวย่อสินค้าแบรนด์ เอ็มซีแอล มาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่จากการแข่งขันในธุรกิจสุขภาพและความงามที่แข่งขันรุนแรงขึ้น จึงต้องปรับภาพลักษณ์ของสินค้าให้ทันสมัยและเป็นที่จดจำของลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

กว่า 5 ปีแล้ว ที่ผลิตภัณฑ์ความงามและอาหารเสริมสุขภาพแบรนด์ หมอจุฬา ทำตลาดควบคู่กับการใช้ตัวย่อสินค้าแบรนด์ เอ็มซีแอล มาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่จากการแข่งขันในธุรกิจสุขภาพและความงามที่แข่งขันรุนแรงขึ้น จึงต้องปรับภาพลักษณ์ของสินค้าให้ทันสมัยและเป็นที่จดจำของลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

กิติศักดิ์ จินดาวารีกุล ประธานกรรมการ บริษัท หมอจุฬา บอกว่า ในปีนี้บริษัทได้หันมารุกตลาดครั้งใหญ่ โดยจะใช้งบการตลาดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ทั้งการปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าทันสมัยยิ่งขึ้น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ปรับปรุงเว็บไซต์ รวมไปถึงการหาศิลปินมาเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้า เพื่อให้สินค้าเป็นที่จดจำของลูกค้าในกลุ่มอายุ 18-35 ปี ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 1 หมื่นบาทขึ้นไป

ปัจจุบันเอ็มซีแอลจำหน่ายสินค้าผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ แค็ตตาล็อกฟรายเดย์ และมีช็อปที่เปิดให้บริการแล้ว 200 สาขา แบ่งเป็นบิวตี้ คอร์นเนอร์ที่จำหน่ายเครื่องสำอางขนาดเล็ก 160 สาขา ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 1,0801.49 หมื่นบาท อีก 40 สาขา เป็นบิวตี้ ช็อปขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุน 4.9 หมื่น1.5 แสนบาท โดยในปีนี้จะเพิ่มช็อปเพิ่มอีก 100 สาขา ซึ่งจะเน้นไปที่การเปิดช็อปขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น และร้านวัตสัน เป็นต้น

“บิวตี้ คอร์นเนอร์นั้น ซึ่งเป็นช็อปขนาดเล็ก 160 สาขานั้น เหมือนกับการทำตลาดธุรกิจขายตรงรูปแบบชั้นเดียวที่สมาชิกถือแค็ตตาล็อกแล้วนำสินค้าไปจำหน่ายยังกลุ่มลูกค้าโดยตรง ขณะที่ช็อปขนาดใหญ่จะต้องมีการเปิดหน้าร้านเพื่อจำหน่ายสินค้า” กิติศักดิ์ กล่าว

สำหรับสินค้าที่ทำตลาดในขณะนี้มีอยู่ 40 รายการ แบ่งเป็นสินค้าประเภทสกินแคร์ 70% อีก 30% เป็นสินค้าประเภทอาหารเสริมสุขภาพ แต่ภายใน 2 ปี บริษัทมีแผนจะเพิ่มสินค้าประเภทอาหารเสริมสุขภาพเข้ามาทำตลาดมากขึ้น สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% โดยจะมีสินค้าใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 30 รายการ ที่จะมีกลุ่มเครื่องสำอางประเภทสีสันและกลุ่มอาหารเสริมมากขึ้น ซึ่งปีนี้ยอดขายจะไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขาย 20 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีแผนจะขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยได้มีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศกัมพูชาและเวียดนามในสิ้นปีนี้ และจะขยายตลาดไปยังลาว พม่า มาเลเซีย รวมไปถึงกาตาร์ เป็นต้น

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์เอ็มซีแอลที่ทำให้ผู้บริโภคให้การยอมรับคือ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลที่ชัดเจน ประกอบกับสินค้ามีราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ทัดเทียมจากสินค้าต่างประเทศ คาดว่าปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าที่เคยใช้สินค้าของเอ็มซีแอลกว่า 5 แสนคน

สำหรับธุรกิจเครื่องสำอางของประเทศไทย ทั้งการส่งออกและตลาดในประเทศมีมูลค่ากว่า 5.4 แสนล้านบาท มีการเติบโตราว 10% ส่วนแนวโน้มตลาดเครื่องสำอางในประเทศในปี 2556 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 15% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผู้ประกอบการมีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคเองหันมาให้ความสนใจกับการดูแลรักษาสุขภาพและผิวพรรณมากขึ้น แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะไม่เติบโตมากนักก็ตาม

ขณะที่ตลาดเครื่องสำอางประเภท “สกินแคร์” ปัจจุบันมีมูลค่ารวมทั้งตลาดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นเครื่องสำอางของแบรนด์ไทยมีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ “เอ็มซีแอล” มียอดการจำหน่ายประมาณ 1.5% ซึ่งจากแผนการรุกธุรกิจที่วางไว้ คาดว่าจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 2% ได้ในปีนี้ และคาดว่าจะขยายได้ถึง 5% ภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน