
บิ๊กบจ.ช้อนหุ้นรวย
‘เย็บ’เท 38 ล้านเก็บ AH ยันพื้นฐานแกร่งกลต. สั่งบล.แนะลูกค้าให้ดีผิดเจอฟัน
‘เย็บ’เท 38 ล้านเก็บ AH ยันพื้นฐานแกร่งกลต. สั่งบล.แนะลูกค้าให้ดีผิดเจอฟัน
เจ้าของรวยอู้ฟู่ แห่ช้อนหุ้นถูกในวันดัชนีดิ่ง 50 จุด “เย็บ” ยันพื้นฐานดี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการซื้อขายหุ้นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พบว่า วันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ดัชนีหุ้นร่วงลงแรงกว่า 50 จุด นายเย็บ ซู ชวน ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) ซื้อทั้งหมด 1,568,700 หุ้น ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 38.39 ล้านบาท เทียบกับราคาในปัจจุบันที่ 26.75 บาท นายเย็บจะได้กำไรประมาณ 3.57 ล้านบาท
นายเย็บ เริ่มซื้อหุ้นวันที่ 21 มี.ค. จำนวน 374,400 หุ้น ราคา 24.69 บาท วันรุ่งขึ้นซื้อเพิ่ม 817,200 หุ้น ราคา 24.13 บาท และวันที่ 25 มี.ค. ซื้อเพิ่ม 377,100 หุ้น ราคา 25.14 บาท
ด้านนายธวัชวงศ์ ธะนะสุมิต กรรมการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ได้เข้าซื้อหุ้นสองล็อต วันที่ 22 มี.ค. จำนวน 2.5 หมื่นหุ้น ราคา 157.50 บาท และซื้อเพิ่ม 1.2 หมื่นหุ้น ราคา 158 บาท ใช้เงินทั้งสิ้น 5.82 ล้านบาท นายสมัย ลี้สกุล ซื้อหุ้นบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) จำนวน 595,400 หุ้น ราคา 11.10 บาท ใช้เงินลงทุน 6.6 ล้านบาท
นายวสันต์ จาติกวณิช ซื้อหุ้นล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) จำนวน 3 หมื่นหุ้น ราคา 6.3 บาท เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เทียบราคาล่าสุดปิดที่ 7.05 บาท
ด้านผู้บริหาร บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) และ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) เข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทเช่นกัน
นายเย็บ กล่าวว่า การตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น AH ในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลงแรงและราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลง เพราะในพื้นฐานของการทำธุรกิจไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และยังมั่นใจว่าปีนี้ภาพรวมของผลดำเนินงานจะดีกว่าปีที่ผ่านมา
“เมื่อพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน ราคาหุ้นที่ลดลงจึงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเก็บไว้” นายเย็บ กล่าว
ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX เปิดเผยว่า ผู้ลงทุนหันมาลงทุน TFEX มากขึ้น โดยเฉพาะ SET 50 Index Futures และ Stock Futures ที่ใช้บริหารความเสี่ยงในภาวะที่หุ้นมีความร้อนแรงและมีการแกว่งตัวสูง โดยวันที่ 22 มี.ค. Stock Futures มีมูลค่าสูงที่สุด (นิวไฮ) 139,483 สัญญา
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ขอให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่งดูแลมาร์เก็ตติงให้คำแนะนำโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ และต้องเตือนให้ระวัง หากต้องการซื้อขายหุ้นที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) สูง หรือต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวน (แคชบาลานซ์)
“บล.ต้องติดตามและควบคุมดูแลมาร์เก็ตติงทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้น ก.ล.ต.อาจพิจารณาได้ว่าบริษัทไม่มีระบบในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้แนะนำการลงทุนที่รัดกุมเพียงพอและจะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป” นายวรพล กล่าว
ด้านตลาดหุ้นไทยยังพุ่งแรงติดต่อเป็นวันที่ 3 โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,560.87 จุด เพิ่มขึ้น 16.84 จุด หรือ 1.09% มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 67,501.53 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้ออีก 1,219 ล้านบาท และสถาบันช้อนซื้อ 2,483 ล้านบาท







