posttoday
ค้าปลีกระเบิดศึกเฮาส์แบรนด์ระดมทัพสินค้าสู้แบรนด์เนม

ค้าปลีกระเบิดศึกเฮาส์แบรนด์ระดมทัพสินค้าสู้แบรนด์เนม

28 มีนาคม 2556

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายปีก่อน สินค้าเฮาส์แบรนด์ หรือสินค้าที่ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกโดดเข้ามาทำตลาดเอง

โดย...จะเรียม สำรวจ

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายปีก่อน สินค้าเฮาส์แบรนด์ หรือสินค้าที่ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกโดดเข้ามาทำตลาดเอง ด้วยการนำชื่อห้างหรือร้านค้าของตัวเองมาสร้างเป็นตราสินค้า ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่พอสมควรสำหรับผู้บริโภคชาวไทย เพราะนอกจากบรรจุภัณฑ์จะไม่คุ้นตาแล้ว ราคาที่ถูกกว่าสินค้าทั่วไปยังชวนให้คิดถึงคุณภาพสินค้าว่าจะลดลงด้วยหรือไม่

แต่หลังจากห้างค้าปลีกสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองเข้ามาทำตลาดได้พักใหญ่ และผลิตสินค้าให้หลากหลาย รวมไปถึงปรับภาพลักษณ์และพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้บริโภคก็เริ่มให้ความไว้วางใจ ส่งผลให้สินค้าเฮาส์แบรนด์ของแต่ละห้างมียอดขายที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ห้างค้าปลีกจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจการเข้ามาทำตลาดสินค้าเฮาส์แบรนด์ พร้อมกับให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนจากสินค้าเฮาส์แบรนด์มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังได้แตกไลน์ครอบคลุมแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาหาร สินค้าเครื่องใช้ภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ความงาม และสินค้าแฟชั่น แต่กลุ่มที่น่าจะมีการแข่งขันกันมากที่สุดในปีนี้ น่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เพราะมีผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศบุกเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นไทยต้องปรับตัวรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ รวมไปถึงแฟชั่นสินค้าเฮาส์แบรนด์และไปรเวตแบรนด์ของแต่ละห้างค้าปลีกเช่นกัน เพราะจากราคาสินค้าของแบรนด์ต่างชาติไม่ว่าจะเป็นเอชแอนด์เอ็ม หรือยูนิโคล่ ที่วางตำแหน่งสินค้าในราคาที่ลูกค้าทั่วไปสามารถจับต้องได้ ทำให้ผู้ประกอบการแฟชั่นไทยต้องทำการบ้านหนัก

หนึ่งในนั้นคือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกที่มีสินค้าไปรเวตแบรนด์และสินค้าเฮาส์แบรนด์ภายใต้แบรนด์ บิ๊กซี จำหน่ายภายในห้าง ซึ่งปีนี้ต้องออกมาทำงานหนัก โดยเฉพาะสินค้าไปรเวตแบรนด์ในกลุ่มแฟชั่น โดยสเต็ปแรกที่บิ๊กซีหยิบมาใช้เป็นกลยุทธ์ลุยตลาดสินค้าไปรเวตแบรนด์ในปีนี้คือ การยุบแบรนด์สินค้าแฟชั่นที่มีประมาณ 20 แบรนด์ในช่วงกว่า 10 ปีก่อน ให้เหลือเพียง 3 แบรนด์ คือ โคฟ (Cove) อีมิลี่ (Emily) และบิมบี่ (Bimbi) เนื่องจากต้องการแยกกลุ่มสินค้าให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

เริ่มจาก แบรนด์โคฟ จะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายและเด็กชาย ขณะที่แบรนด์อีมิลี่ จะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิง ส่วนแบรนด์บิมบี่ จะเป็นแบรนด์สินค้าสำหรับเด็ก ขณะที่ราคาจำหน่ายสินค้าเด็กจะเริ่มต้นตั้งแต่ 39399 บาท และผู้ใหญ่เริ่มต้นที่ 99400 บาท

วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า การที่บริษัทตั้งราคาสินค้าให้อยู่ในระดับนี้ เพราะว่าคู่แข่งแบรนด์ชั้นนำอย่างเอชแอนด์เอ็มมีการปรับราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป

สำหรับบิ๊กซีนั้น นอกจากจะมีการปรับรูปแบบสินค้าแฟชั่นให้มีความทันสมัยและคุณภาพดีขึ้นแล้ว ยังจะมีการนำสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 3040 แบบ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันก็จะปรับแผนกสินค้าแฟชั่นให้มีความทันสมัยและสวยงาม โดยในปีนี้จะทำการปรับปรุงสาขาเก่าทั้งหมด 510 สาขา

ห้างเทสโก้ โลตัส เองก็มีไปรเวตแบรนด์ในกลุ่มสินค้าแฟชั่นเข้าทำตลาดด้วยกันสองแบรนด์ คือ เอฟแอนด์เอฟ (F&F) สินค้าแฟชั่นนำเข้าจากประเทศอังกฤษ และแอสซายน์ (Assign) จะเป็นสินค้าแฟชั่นราคาสบายกระเป๋า มีให้เลือกตั้งแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เช่น เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกงชุดเดรส ชุดชั้นใน รวมถึงถุงเท้า รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ ขณะที่สินค้าเฮาส์แบรนด์กลุ่มอุปโภคบริโภคมีสองแบรนด์ คือ แวลู และเทสโก้

อีกหนึ่งห้างที่มีสินค้าไปรเวตแบรนด์ เอกซ์คลูซีฟแบรนด์ และอินเตอร์เนชันแนลแบรนด์เข้าทำตลาดเป็นจำนวนมาก คือ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เพราะปัจจุบันมีแบรนด์สินค้าแฟชั่นจำหน่ายกว่า 200 แบรนด์ ในแผนกเสื้อผ้าสตรี กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ

สินค้าไปรเวตแบรนด์ที่โรบินสันนำเข้ามาทำตลาดในกลุ่มเสื้อผ้า ประกอบด้วย F.O.F, ERMIS, PACIFIC UNION, YISHION และ VIVA CANDY ขณะที่แบรนด์กลุ่มสกินแคร์ ประกอบด้วย DAVID JONES และ BATH & BODY THERAPY แบรนด์สินค้ากลุ่มสินค้าภายในบ้าน ได้แก่ MARUSHI และ CUIZIMATE

จากแบรนด์สินค้าที่โรบินสันนำเข้ามาทำตลาดเป็นจำนวนมากเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โรบินสันตั้งเป้าว่าสิ้นปีนี้น่าจะมียอดขายจากแผนกสินค้าผู้ชาย 1,700 ล้านบาท เติบโต 18% และแผนกสินค้าสตรี 2,500 ล้านบาท เติบโต 25%

ตามด้วยร้านวัตสัน ที่มีสินค้าเฮาส์แบรนด์จำหน่ายในร้านมากกว่า 600 รายการ และปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอีกกว่า 100 รายการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า โดยสินค้าที่วัตสันจะเน้นนำเข้ามาทำตลาดในปีนี้คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ถนอมผิว ดูแลผิว และมาร์กหน้า เนื่องจากได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสมาชิก เนื่องจากได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5% ในการซื้อสินค้าแต่ละครั้ง

การออกมารุกหนักทำตลาดแบรนด์ตัวเองของผู้ประกอบการค้าปลีก ถือเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมที่ทำให้แบรนด์ทั่วไปในท้องตลาดต้องปรับตัวตาม เพื่อชิงยอดขายที่หายไปจากสินค้าเฮาส์แบรนด์

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค