
กรุงศรีดันสินเชื่อเอสเอ็มอี
แผน3ปีปล่อยกู้3.2แสนล.ธนาคารกรุงศรีชูกลยุทธ์หาตลาดให้เอสเอ็มอี ดันสินเชื่อโต 54% หวัง 3 ปี ติด 1 ใน 3
แผน3ปีปล่อยกู้3.2แสนล.ธนาคารกรุงศรีชูกลยุทธ์หาตลาดให้เอสเอ็มอี ดันสินเชื่อโต 54% หวัง 3 ปี ติด 1 ใน 3
นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในช่วง 3 ปีจากนี้ ธนาคารตั้งเป้าขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีไว้ถึง 54% หรือมียอดสินเชื่อ คงค้างเพิ่มขึ้นอีก 1.12 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 1.85 แสนล้านบาท เป็นประมาณ 3.2 แสนล้านบาท เพื่อก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ผู้นำด้านธุรกิจสินเชื่อเอสเอ็มอีภายในปี 2559 โดยแผนการเติบโตนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในยุทธศาสตร์ของธนาคาร ที่ต้องการเพิ่มส่วนต่างผลตอบแทนจากดอกเบี้ยให้สูงขึ้น “ผู้เล่นในตลาดที่จริงจังกับธุรกิจเอสเอ็มอีขณะนี้มีอยู่ประมาณ 3 แห่ง ซึ่งปัจจุบันกรุงศรีอยู่ในอันดับ 5 อย่างไรก็ดี เชื่อว่าด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างจะทำให้เราแซงอันดับ 3 ในปัจจุบันได้ภายใน 3 ปี ” นายสยาม กล่าว
สำหรับกลยุทธ์หลักที่ธนาคารจะนำมาใช้ จะมีทั้งด้านการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและช่วยหาตลาดให้กับลูกค้า การตอบโจทย์ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การปรับกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้น และการเชื่อมโยงเครือข่ายฐานลูกค้าในเครือกรุงศรีทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 15% ผ่านกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางที่มีวงเงินสินเชื่อมากกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไปเป็นหลักโดยธนาคารจะมีการจัดกิจกรรม เช่น การเยี่ยมชมกิจการระหว่างกัน การจับคู่ทางธุรกิจและสัมมนาแบบเจาะลึกให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าจุดนี้จะเป็นการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
สำหรับกลยุทธ์ต่อมา คือ การตอบตอบโจทย์ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ สินเชื่อจุใจ ที่ให้วงเงินกู้สูงสุด 3 เท่าและลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ผ่านสาขาทั่วประเทศ กลยุทธ์ที่สาม คือ การปรับกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้น ผ่านการติดตั้งระบบ one scan ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทราบผลการอนุมัติได้ภายใน 2 วัน และกลยุทธ์สุกท้ายคือการเชื่อมโยงเครือข่ายฐานลูกค้าในเครือกรุงศรีทั้งหมดเข้าด้วยกัน
นายสยาม กล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจสินเชื่อเอสเอ็มอีในปี 2556 นี้ ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตเอาไว้ที่ 15 % โดยจะเป็นการเติบโตผ่านกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางที่มีวงเงินสินเชื่อมากกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป 50 % ส่วนที่เหลือจะเติบโตผ่านกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่มีวงเงินสินเชื่อตั้ง 1230 ล้านบาทและกลุ่มธุรกิจขนาดย่อยที่มีวงเงินต่ำกว่า 12 ล้านบาท กลุ่มละ 25 % ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นการเติบโตจากลูกค้าใหม่ 60 % และลูกค้าเดิม 40 %
“กลุ่มที่อยากโตจริงๆคือขนาดเล็กและขนาดย่อยเพราะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 89 % ดีกว่าขนาดกลางที่ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 56 % แต่การเติบโตในรายกลางก็มีความจำเป็นเพื่อให้ได้ยอดสินเชื่อต่อหน่วยที่สูง” นายสยาม กล่าว







